แก๊สรั่วเหมืองถ่านหินอินเดีย โศกนาฏกรรมซ้ำรอยที่สังเวย 2 ชีวิต และเปลี่ยนชุมชนนับพันให้เป็นพื้นที่อันตราย

แก๊สรั่วเหมืองถ่านหินอินเดีย

รานีกังจ์, อินเดีย – เสียงไซเรนที่ดังกึกก้องไปทั่วหุบเขาในช่วงเช้ามืดของวันนี้ ไม่ใช่สัญญาณเริ่มกะการทำงานตามปกติ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยมรณะ เหตุการณ์ แก๊สรั่วเหมืองถ่านหินอินเดีย ครั้งล่าสุดได้คร่าชีวิตคนงานไปทันที 2 ศพ และบีบให้ชาวบ้านกว่า 1,000 ชีวิตต้องทิ้งบ้านเรือนหนีตายอย่างโกลาหล เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เปิดเผยความเปราะบางของมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมพลังงานของชาติมหาอำนาจเอเชียใต้ แต่ยังตั้งคำถามสำคัญถึง “ราคา” ที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับความมั่นคงทางพลังงาน

Toxic gas leak from closed coal mine in Dhanbad kills two, mass evacuation  underway

วินาทีมรณะ ความเงียบที่ตามมาด้วยความสูญเสีย

เหตุสลดเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ เหมืองถ่านหินใต้ดินแห่งหนึ่งในเขต Raniganj Coalfield รัฐเบงกอลตะวันตก ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ รายงานเบื้องต้นระบุว่า ขณะที่ทีมวิศวกรและคนงานสัญญาจ้างกำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบผนังเหมืองในระดับความลึกกว่า 200 เมตร ได้เกิดการรั่วไหลของแก๊สพิษปริมาณมหาศาลอย่างฉับพลัน

จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าเป็น แก๊สมีเทน (Methane) ที่สะสมอยู่ในโพรงถ่านหิน (Coal Seam) ซึ่งไร้สี ไร้กลิ่น แต่มีความเข้มข้นสูงจนแทนที่ออกซิเจนในอากาศอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้คนงานหมดสติและขาดอากาศหายใจ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า ร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นคนงานสัญญาจ้าง (Contractual workers) วัย 35 และ 42 ปี ถูกกู้ขึ้นมาได้ในสภาพไร้สัญญาณชีพ ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสูดดมแก๊สพิษอีกอย่างน้อย 7 ราย ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน

การอพยพโกลาหล เมื่อภัยใต้ดินคุกคามผิวดิน

สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์ แก๊สรั่วเหมืองถ่านหินอินเดีย ครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ คือผลกระทบที่ขยายวงกว้างสู่ชุมชนโดยรอบ แรงดันของแก๊สที่พวยพุ่งขึ้นมาตามรอยแตกของชั้นดิน ทำให้ทางการต้องประกาศ “ภาวะฉุกเฉินระดับสีแดง” ในรัศมี 2 กิโลเมตรรอบปากเหมือง

ราหุล บาเนอร์จี (Rahul Banerjee) ผู้นำชุมชนท้องถิ่น เล่าถึงวินาทีระทึกว่า

“เราได้กลิ่นแปลกๆ เหมือนไข่เน่าจางๆ ผสมกับกลิ่นกำมะถัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ประกาศผ่านลำโพงให้ทุกคนวิ่ง พ่อแม่คว้าลูกเล็กวิ่งหนีตายกันกลางดึกโดยไม่ได้หยิบอะไรติดตัวมาเลย มันเหมือนกับฝันร้ายที่พวกเรากลัวมาตลอดว่าแผ่นดินใต้เท้าเราจะระเบิดวันไหนก็ไม่รู้”

ปฏิบัติการอพยพประชาชนกว่า 1,000 คน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวในโรงเรียนประจำอำเภอเป็นไปอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าอาจเกิดการระเบิดซ้ำซ้อน หรือปรากฏการณ์ “ดินยุบตัว” (Subsidence) ซึ่งเป็นภัยเงียบที่มักตามมาหลังโครงสร้างเหมืองได้รับความเสียหาย

Jharkhand: Two women die after suspected toxic gas leak at Dhanbad coal  mining site

เบื้องลึกปัญหา เหมืองเก่ากับการเร่งผลิตที่เกินขีดจำกัด

แม้รัฐบาลอินเดียจะพยายามผลักดันภาพลักษณ์ของประเทศสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด แต่ถ่านหินยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ผลิตไฟฟ้ากว่า 70% ของประเทศ แรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ต้องการลดการนำเข้าพลังงาน ทำให้มีการเร่งขุดเจาะถ่านหินอย่างหนัก (Aggressive Mining) ในช่วงปีที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์จาก ศูนย์วิจัยพลังงานและสิ่งแวดล้อมนิวเดลี (Centre for Science and Environment) ชี้ว่า สาเหตุหลักของโศกนาฏกรรมซ้ำซากนี้มาจาก

  1. โครงสร้างพื้นฐานที่ล้าหลัง เหมืองในเขต Raniganj และ Jharia หลายแห่งมีอายุกว่า 100 ปี ระบบระบายอากาศและเซนเซอร์ตรวจจับแก๊ส (Gas Sensors) มักชำรุดหรือล้าสมัย
  2. การจ้างงานแบบเหมาช่วง การใช้แรงงานสัญญาจ้างที่ขาดการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอย่างเข้มข้น เพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำให้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน คนงานเหล่านี้มักไม่รู้วิธีเอาตัวรอดที่ถูกต้อง
  3. เหมืองเถื่อนและเหมืองร้าง ปัญหาการลักลอบขุดเจาะถ่านหินในพื้นที่รอยต่อ ซึ่งมักไปเจาะทะลุโพรงแก๊สอันตรายโดยไม่มีการควบคุมทางวิศวกรรม

เสียงสะท้อนจากสหภาพแรงงาน “ชีวิตพวกเราถูกกว่าราคาถ่านหิน”

สหภาพแรงงานเหมืองถ่านหินแห่งอินเดีย (AICWF) ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ Directorate General of Mines Safety (DGMS) หรือกรมความปลอดภัยเหมืองแร่ ว่าล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมาย

สุเมธ สิงห์ (Sumed Singh) ตัวแทนสหภาพฯ กล่าวอย่างดุเดือดว่า

“ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง พวกเขาจะบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่สำหรับเรา นี่คือการฆาตกรรมโดยเจตนาจากการละเลย พวกเขารู้ว่าระดับแก๊สสูงเกินค่ามาตรฐาน แต่ก็ยังส่งคนงานลงไปเพื่อแลกกับเป้าหมายการผลิต ชีวิตของคนงานถูกตีค่าน้อยกว่าราคาถ่านหินหนึ่งตันเสียอีก”

Pakistan: 11 workers suffocated to death after coal mine filled up with  deadly methane gas in Balochistan | World News – India TV

มุมมองระดับโลก บทเรียนที่ทั่วโลกต้องตระหนัก

เหตุการณ์ในอินเดียครั้งนี้สะท้อนภาพกว้างของปัญหาความปลอดภัยในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา จีน, อินโดนีเซีย, และอินเดีย ต่างเผชิญปัญหาคล้ายคลึงกัน คือความขัดแย้งระหว่าง “ความต้องการพลังงาน” กับ “มาตรฐานความปลอดภัย”

ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนถ่านหินในระยะสั้น หากทางการอินเดียสั่งระงับการดำเนินงานของเหมืองในเขตดังกล่าวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาถ่านหินในตลาดเอเชียเล็กน้อย แต่ผลกระทบที่ใหญ่กว่าคือแรงกดดันจากประชาคมโลกในประเด็น ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามอง

บทสรุป อนาคตบนปากเหวของชุมชนเหมือง

ขณะที่ควันและฝุ่นจางหาย สิ่งที่ยังคงอยู่คือความโศกเศร้าของครอบครัวผู้สูญเสีย และความหวาดระแวงของประชาชนกว่าพันคนที่ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่

เหตุการณ์ แก๊สรั่วเหมืองถ่านหินอินเดีย ครั้งนี้ ไม่ควรจบลงเพียงแค่การจ่ายเงินเยียวยา แต่ควรเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้รัฐบาลอินเดียและผู้ประกอบการต้องเลือกระหว่าง “กำไรระยะสั้น” หรือ “ความยั่งยืนในระยะยาว” การปรับปรุงเทคโนโลยีตรวจจับแก๊ส, การยุติการใช้แรงงานสัญญาจ้างในพื้นที่เสี่ยงสูง, และการฟื้นฟูพื้นที่เหมืองเก่า ต้องถูกยกเป็นวาระเร่งด่วน

เพราะหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง ครั้งต่อไปตัวเลขผู้สูญเสียอาจไม่ใช่แค่หลักหน่วย แต่เป็นโศกนาฏกรรมหมู่ที่โลกต้องจารึก

แหล่งที่มาจาก : am2con