เกาะจระเข้ยักษ์ ล่าสุด

เกาะจระเข้ยักษ์ ล่าสุด

เกาะจระเข้ยักษ์ ล่าสุด เรื่องราวเมื่อมีเครื่องบินตกลงไปบนเกาะที่ไม่เคยมีคนไหนรู้จัก ผู้คนที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุคราวนี้ต้องหาแนวทางออกมาจากเกาะ แต่พวกเขาก็พบกับจรเข้ยักษ์ ทุกคนต้องหาวิธีเอาชีวิตรอดไปให้ได้ ในระยะเวลาตายรวมทั้งเป็น บางคนจะเห็นแก่ชีวิตของตัวเอง แต่ยังมีคนบางคน เพื่อความรักระหว่างครอบครว เพื่อนรวมทั้งแฟน สู้กับจระเข้ยักษ์อย่างกล้าหาญ ดูหนัง เกาะจระเข้ยักษ์ เว็บดูหนังใหม่ 2021 หนังชนโรงและซีปรี่ย์ออนไลน์อัพเดตตอนใหม่ๆก่อนผู้ใดกันแน่ สำหรับผู้ชมในช่วงโควิด-19 การรับชมหนังที่บ้านหรือที่อยู่ในที่พักที่อาศัยของท่านจะก่อให้ไม่เป็นอันตรายที่สุดทั้งต่อตนเองแล้วก็บุคคลรอบตัว ด้วยเหตุดังกล่าวเราก็เลยยินดีที่จะเผยแพร่ภาพยนต์ที่บันเทิงใจและมันส์ที่สุดหลายชนิด เช่น หนังแอคชั่น โรแมนติก คอมเมนดี้ ดราม่า หนังลึกลับซ่อนเงื่อน หนังผีสอยงวัญ และก็หนังสงคราม เป็นต้น

Lovers Rock ความชอบพออบอวลในมวลความไม่เป็นธรรม

โดย ก้อง ฤทธิ์ดีในปีที่จอหนังส่วนมากในโลกยังดับมืด ภาพยนตร์สตรีมมิ่งแปลงเป็นสนามของผู้กำกับมือดี พวกเราอาจจะดู Netflix กันเป็นสรณะ แต่ว่าหนึ่งในหนังดีของปีที่ผ่านมาและตลอดถึงเวทีออสการ์ปีนี้ เป็นหนังชุดที่เรียกรวมๆว่า Small Axe ของผู้กำกับอังกฤษ สตีฟ แมคควีน (ที่พวกเรารู้จักกันจาก Twelve Years a Slave รวมทั้ง Shame)

ออกฉายเมื่อท้ายปีที่แล้วทาง BBC รวมทั้งลงสตรีมใน Amazon Small Axe เป็นชุดภาพยนตร์ที่มี 5 เรื่อง ดังเช่นว่า Mangrove, Lovers Rock, Red White and Blue, Alex Wheatle รวมทั้ง Education แต่ละเรื่องอยู่ภายใต้ธีมเดียวกันแต่ว่าไม่ได้ต่อเนื่องกัน (เพราะฉะนั้นจะดูแยกก็ได้ ความยาวมีตั้งแต่ชั่วโมงนิดๆถึงสองชั่วโมง) อีกทั้ง 5 เรื่องว่าด้วยความทุกข์ใจ

ความสบาย รวมทั้งความหวังของคนประเทศอังกฤษผิวสีเชื้อสายจาไมก้า ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในลอนดอนในช่วงทศวรรษที่ 1970-1990 นักฟังเพลงอาจคุ้นชื่อซีรีส์ Small Axe ว่าเป็นเพลงดังของ บ๊อบ มาร์เลย์ นักแสดงเรกเก้ชาวจาไมก้าที่ดังมากในอังกฤษ เนื้อเพลงกล่าวถึงการต่อสู้ของคนที่ถูกบังคับ เปรียบเทียบว่าเจ้าอาณานิคมเป็น “ต้นไม้ใหญ่” ร

วมทั้งผู้เรียกร้องอิสระคือ “ขวานด้ามเล็ก”หนังขั้นต่ำ 2 เรื่องจาก 5 ประเด็นนี้มีสิทธิ์ลุ้นไปถึงออสการ์ ว่ากันว่าถ้าหากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีที่แล้วไม่โดนยกเลิกเนื่องจากวัววิด หนังสองเรื่องจากเซ็ตนี้ คือ Mangrove และก็ Lovers Rock คงจะอยู่สายประกวดรวมทั้งเป็นหนังดังแห่งปี (อันนี้เห็นด้วย) หากจะเสาะหามาดูกัน ขอแนะนำสองหัวข้อนี้ก่อน ส่วนอีกสามเรื่องในชุดค่อยๆตามดูคราวหน้าได้

Lovers Rockถึงจะว่าด้วยเรื่องของคนอังกฤษเชื้อสายจาไมก้าทั้งสอง

แต่ว่า Mangrove กับ Lovers Rock ช่างผิดแผกแตกต่างในโทนและก็อารมณ์ Mangrove เป็นหนังที่ความคับโกรธแค้น เกรี้ยวกราด ถ่มถ่มความไม่เป็นธรรมและการเหยียดสีผิว หนังผลิตมาจากความเป็นจริงของห้องอาหารจาไมก้าชื่อ Mangrove ในย่านคนอพยพของลอนดอนในตอนทศวรรษ1970 ที่เปลี่ยนเป็นศูนย์รวมของนักเรียกร้องความทัดเทียมแล้วก็มักเป็นเป้าให้ตำรวจเรสิสท์บุกค้น

ทำลายสิ่งของ และจับผู้ครอบครองและก็ลูกค้าตามอำเภอใจ เกาะจระเข้ยักษ์ ล่าสุด  ทำให้เกิดการพินิจคดีครั้งสำคัญของแอคติวิสท์ผิวสี 9 คนข้อกล่าวหาก่อโกลาหล Mangrove เป็นหนังของความโกรธ รวมทั้งเป็นความโกรธที่พวกเราเคยประสบพบเห็นมาแล้วในหนังที่ว่าด้วยชนหมู่น้อยที่โดนทำร้ายซ้ำไปซ้ำมา ไม่ใช่เพียงแค่จากตำรวจแบ่งผิวสาม-สี่คน แต่โดยระบบเจ้าอาณานิคมที่ยังไม่เสื่อมอำนาจแม้ว่าจะผ่านเข้าสู่สมัยหลังอาณานิคมแล้ว Mangrove

โดดเด่นด้วยเนื้อหาทางด้านวัฒนธรรมและการต่อสู้ทางอุดมการณ์ที่ไม่ใช่เพียงแค่ระหว่างชาวผิวสีกับคนผิวขาว แต่ว่าระหว่างนักเรียกร้องร่วมกันเองที่ส่วนใดส่วนหนึ่งเพียงแต่อยากดำรงชีวิตปกติและ “ยอม” เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ทราบทั้งยังรู้ว่าไม่แฟร์ หรือจะยืนขึ้นก่อตั้งเคลื่อนขบวน ยอมโดนจับ พนันกับประวัติศาสตร์ และเดินขบวนไปศาลเพื่อแสดงจุดยืนของตัวเองข้อดีอีกประการของหนังชุด Small Axe

คือเพลงประกอบ รวมทั้งในบรรดาหนัง 5 ในเวลานี้ ในตอนที่เพลงรวมทั้งดนตรีเป็นเคมีหลักสำหรับการปั้นเรื่องรวมทั้งบรรยากาศเป็นตอน Lovers Rock สำหรับผู้เขียน นี่คือหนังที่เหมาะสมที่สุดเรื่องหนึ่งของปีที่ผ่านมาแล้วก็มองซ้ำได้หลายรอบแน่ๆชื่อเรื่องมาจากเครือญาติเพลงเรกเก้สายอ่อนหวาน (เป็นไม่ใช่เรกเก้โป้งชึ่ง) เป็นเพลงสำหรับแฟนหนุ่มสาวไว้เต้นรำรวมทั้งจีบกันตามงานปาร์ตี้

หนังหัวข้อนี้ยาวแค่ชั่วโมงกว่าๆไม่มีพล๊อท ไม่มีเรื่องราวจริงจัง เราเพียงตามสองสาวผิวสีในยามค่ำคืนที่คุณไปร่วมงานเต้นรำที่จัดในบ้าน – ปาร์ตี้อย่างงี้เป็นเรื่องปกติของคนจาไมก้าในอังกฤษในสมัย 1980 ที่ถูกกีดกันไม่ให้ไปบาร์หรืองานกินเลี้ยงของคนผิวขาว – ทั้งคู่สาวฟังเพลง เต้นรำ มีหนุ่มมาจีบ โกรธกัน ดีกัน ฯลฯ ทั้งผองเกิดขึ้นในบรรยากาศอบอวลด้วยแรงมุ่งมาดปรารถนา คลอเคลียด้วยเสียงเพลงแล้วก็นักจัดรายการวิทยุที่รอกระตุ้นเร้าความชอบพอของคู่เต้นบนฟลอร์

นี่เป็นหนังที่ไม่เคยอยู่ในสายตาเลยตั้งแต่โปสเตอร์ก็แล้ว ดูตัวอย่างก็แล้ว

เอาออกมาได้เป็นหนังแบบชวนหาวเชิญชวนน่าระอามากมายกับเรื่องราวความรักในช่วงมหาลัย แม้กระนั้นสิ่งเดียวที่ทำให้เราอยากดูคือ คุณฟ้า ษริกา จนช่องทางพอเหมาะพอเจาะกับเวลาทีพอดีเป๊ะ ก็ได้ตัดสินใจไปดูวอน (เธอ) เป็นเรื่องราวของเพื่อนฝูงที่ได้เรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกัน และดันไปตกหลุมรักหญิงผู้เดียวกัน เรื่องมันก็ง่ายดายมากเพียงเท่านี้แหละ

แต่ว่ามันแปลกใหม่ตรงที่มันถูกบอกผ่านหลายมุมมองไม่ใช่ตัวนำเพียงตัวเดียว แต่พวกเราจะได้เห็นมุมมองความรักในเหตุเดียวกันผ่านทุกนักแสดง (4 คน) ที่จะเจอกับเรื่องนั้นๆทิ้งปมเอาไว้ในแต่ละคน และก็เบาๆคลี่คลายครั้งละปมเพื่อให้เห็นภาพรวมได้แจ้งชัดยิ่งขึ้นถือได้ว่าเป็นหนังที่คอนเซ็ปต์น่าสนใจมากมายๆการได้เห็นเรื่องราวความรักเดียวกันจากต่างมุมมองแถมมากยิ่งกว่า 1-2 มุมมองด้วย

ที่ถึงมันจะน่าดึงดูดแค่ไหน การเล่าเรื่องหลายมุมมองก็เพียงแค่ทำให้พวกเราได้เห็นเหตุแจ่มชัดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเฉยๆแต่ว่ามันก็มิได้พาพวกเราไปเข้าใจแต่ละนักแสดงมากขึ้นเรื่อยๆเลย อาทิเช่นการตัดสินใจของตัวละครหลายๆครั้งที่พวกเรายังรู้สึกขัดๆแล้วก็ยังคงถามอยู่ดีว่า “เพราะเหตุใดทำแบบนั้นล่ะ” ความยากถัดมาคือการเล่าอย่างนี้พอมันไม่มีเหตุหลักหรือจุดรวมเรื่องมาดึงไว้ทำให้ผู้ชมบางทีอาจจะลำดับเรื่องราวหรือไทม์ไลน์ยากนิดหน่อย

อาทิเช่นหนังที่ใช้เคล็ดลับแบบงี้ในเรื่องอย่าง Vantage Point ยังมีเหตุระเบิดเป็นตัวหลักให้ผู้ชมลำดับเรื่องได้ แต่ยังดีที่ วอน (เธอ) ยังใส่จุดสังเกตเอาไว้ด้วยสีผมของนักแสดง เนเน่ ทำให้มีเป้าหลักสำหรับในการลำดับเรื่องราวได้บ้างก็ยังคงมีแต่…อีกนั่นแหละ หากทดลองมองให้เป็นหนังที่เล่าแบบธรรมดาไม่เล่าผ่านหลายมุมมองแบบนี้ มันจะแปลงเป็นหนังปกติไปเลย

แม้กระนั้นเพียงพอหนังเลือกเล่าแบบงี้ มันดึงความน่าดึงดูดใจของคนดูเข้าไปแล้วว่า “แล้วไอ้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละคนมันเป็นอย่างไรกันบ้างล่ะ?” จึงทำให้มันน่าติดตามและไม่น่าระอาสักเท่าไหร่ทางด้านดาราหนัง ขอไล่ไปทีละคนเลย เริ่มตั้งแต่ ฟ้า ษริกา ที่ถือว่ามีประสบการณ์มากยิ่งกว่าเพื่อนพ้องร่วมนักแสดงผู้อื่นก็รับผิดชอบบท เนเน่ ก้าวหน้าเลยล่ะ เธอมาพร้อมความงดงามที่ชวนสะกดในหลายๆฉาก, ตามมาด้วย มีน พีพระอาทิตย์ชญ์๋ ที่ตีโจทย์ตัวละคร โดดเดี่ยว ได้แตกแล้วก็แสดงออกมาได้ดี, ทางด้าน เซ้นต์ ศุโลกงษ์

ในบทโอม ออกจะน่าผิดหวัง เอาจริงๆในตอนแรกที่เขาเผยตัวนี่คิดว่าเป็นเกย์ ไม่มีแวปในหัวเลยว่าจะมาเป็นชายแบดบอยอะไรแบบนั้น มองดูเป็นตัวละครที่เล่นแข็งที่สุดแล้วใน 4 คนหลัก และเหมือนจะเพียรพยายามเก๊กทุกซีนมากจนเกินไปหน่อย แถมนักแสดงเพศหญิงอีกคนในพาร์ทของเขาก็แข็งไม่แพ้กัน การพูดบทของเธอนั้นเช่นเดียวกันกับนั่งอ่านบทยังไงแบบนั้น, แม้กระนั้นผู้ที่น่าชื่นชอบที่สุดเป็น พีค น่ากลัวพล ที่แสดงได้ดิบได้ดีและเด่นมากจากอีกทั้ง 4 คน ไม่ว่าจะซีนอารมณ์แบบไหนเอาอยู่หมดเลย ทั้งยังสีหน้า อาการ คำกล่าว

จัดว่าโดดเด่นมากๆเล่นได้ดิบได้ดีรวมทั้งเป็นธรรมชาติแบบสุดๆและก็เรื่องที่จะอดยกย่องไม่ได้เลยในหัวข้อนี้เป็นงานภาพ มีหลายโลโคชั่นในหนังที่ไม่ค่อยได้ถูกพรีเซนเทชั่นออกมาในหนังไทยสักเท่าไหร่ มีการใช้สีใช้แสงสว่างที่งาม เกาะจระเข้ยักษ์ ล่าสุด   รวมทั้งฉากช่วงเวลากลางคืนหลายๆฉากทำออกมาได้สวยมากจริงๆสรุปแล้วนี่เป็นหนังรักปกติที่คอนเซ็ปต์น่าสนใจ ที่มันจะพาเราไปเห็นเรื่องราวความรักที่มีจุดรวมกันของแต่ละมุมมองผ่าน 4 นักแสดง ที่แม้ว่าทุกคนจะเป็นตัวเอกในเรื่องราวของตนเอง ทุกคนก็มีทั้งข้อเด่นและก็จุดไม่ดี มีข้อผิดพลาดในเรื่องราวของตัวเอง แต่ว่าทุกคนก็มีเรื่องต้องการจะขอความช่วยเหลือ (คุณ) อยู่เช่นเดียวกัน

รีวิวหนัง(ดูฟรี) มือปราบสัมภเวสี THE LOST CASE (2017) – จากเคสหลอนในรายการ

สู่หนังผีไทยแนวใหม่!มือปราบสัมภเวสี THE LOST CASE จากรายการผีชื่อดัง สู่การเป็นภาพยนตร์แนว Found Footage สยองขวัญเรื่องแรกของเมืองไทยอย่าง “มือปราบสัมภเวสี” รายการที่เป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ซึ่งเชื่อว่ามีสาเหตุของลักษณะการป่วยมาจากสัมภเวสี สำเร็จงานภาพยนตร์จากค่าย กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส

นำเรื่องราวสุดสยดสยองที่ไม่เคยถูกเผยในรายการมาทำเป็นภาพยนตร์มือปราบสัมภเวสี THE LOST CASE ได้ผู้กำกับ ชยัญ อำนาจศักดิ์สิทธิ์จเหม็นตุพร มาทำหนังหัวข้อนี้ โดยกำหนดเป้าหมายว่า “จะทำยังไงให้เป็นหนัง Found Footage ที่รู้สึกเปรียบเสมือนจริง“ นำแสดงโดย ปรัชญ์ดนัย เนตรยอดเยี่ยมกุล , ปานดวงใจ ศิริทอง , ศิรปกรณ์ เสรีดลดีเลิศเรื่องราวเล่าถึง “ก้อนอิฐ” และ “ปอ” ทีมงานรายการมือปราบสัมภเวสี ที่ได้เดินทางไปถ่ายทำรายการผี ที่บ้านของ “คุณลุงชัย” ผู้ที่ส่งเรื่องเข้ามาในรายการ แต่ว่าด้าน

“หมอปลา” มือปราบสัมภเวสี ยังไม่อาจจะเดินทางมาได้ในทันทีทันใด คณะทำงานทั้งคู่ก็เลยจะต้องอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยเหตุแปลก โดยเรื่องราวของคุณลุงชัยนั้น เล่าว่าตั้งแต่ที่ลูกสาวของคุณลุงฆ่าตัวตายโดยการห้อยคอ ป้าเอื้อง ภรรยาของลุงก็มีลักษณะอาการเสียสติ และประชาชนแถวนี้ก็ร่ำลือว่าบ้านข้างหลังนี้มี “ผี” จากปากคำราษฎรกล่าวว่า

ชอบเห็นเป็นเงาดำๆใกล้กับจุดเกิดเหตุรอบๆใต้ถุนบ้าน บ้างก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ ทั้งคู่ชายหนุ่มก็เลยจะต้องมานะถ่ายทำรายการโดยแสวงหาความเป็นจริงเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายอย่างเป็นปริศนาของลูกสาวลุงชัย แต่แล้วคณะทำงานก็จำเป็นต้องเจอกับเหตุการณ์สุดหลอนมาก กระทั่งทั้งคู่จำต้องตกลงใจว่าจะเดินหน้าถ่ายทำรายการให้เสร็จ หรือหนีออกมาเพื่อเอาตัวรอด…

“หนังคนดำ” – นี่เรียกกันอย่างตรงไปตรงมาถึงจะไม่ถูกหลัก PC

มักจะเด่นเมื่อแสดงความเจ็บปวด หรือมีภาพการต่อสู้ (หนังในชุดนี้เองก็เป็นแบบนั้น) แม้กระนั้น Lovers Rock กลับตรงกันข้าม นี่คือหนังของความรื่นรมย์ ความรักที่กำลังก่อตัว ความอีโรติคของการเยื้องกราย มือที่ตวัดตามร่างกาย ปากที่กระซุบกระซิบคำรัก นี่แทบเป็นหนังแบบหว่องกาไวที่เน้นความลื่นไถลไหลของบรรยากาศมากยิ่งกว่าเนื้อเรื่อง

แต่ Lovers Rock ยังคงความแหลมคมในรายละเอียดรวมทั้งบริบทของการที่นักแสดงเป็นคนกลุ่มน้อย “การต่อสู้เรียกร้อง” ยังคงเกิดขึ้น แม้กระนั้นเกิดขึ้นในอีกแบบอย่าง ลักษณะของอิสระในการสุขสบายไม่ว่ามันจะสั้นแค่ไหน หนังประเด็นนี้ผ่องแผ้วด้วยอารมณ์ละเมียดละไม โดยไม่หลงลืมว่าผู้คนในหนังยังอาศัยอยู่ในโลกของความจริงที่ไม่ได้สวยเสมอไปและอย่างที่ว่า

ซาวด์แทร็คของหัวข้อนี้มีเพลงดีๆที่พวกเราบางทีก็อาจจะไม่เคยได้ยินแต่ยืนยันว่าฟังแล้วเคลิ้ม เพลงเรกเก้มีความหลากหลายมากยิ่งกว่าบ๊อบ มาร์เลย์ Lovers Rock และ Mangrove ไม่ได้เพียงแค่เล่าเรื่องคนจาไมก้าในลอนดอนผ่านภาพ แต่ว่าผ่านเสียงเพลงแห่งความสบายรวมทั้งความทุกข์ของพวกเขาได้อย่างเต็มโสตประสาท

WW84 จดหมายบอกลาสตีฟ

เทรเวอร์หนังโดดเดี่ยวฮีโร่หญิงสมัยข้างหลังๆที่สร้างออกมาแล้วปัง เกาะจระเข้ยักษ์ ล่าสุด  อาจหนีไม่พ้นขุ่นแม่ วันเดอร์วูแมน ที่แถบจะเป็นเดอะหาม คนแรกของ DCEU จักรวาลหนัง DC เลยก็ว่าได้ (เพราะว่าเกิดเรื่องแรกที่ได้คะแนนมะเขือสด) เป็นหนังที่หลายเสียงมีข้อคิดเห็นว่าภาคแรกนั้นกลมกล่อมละมุนละไมเล่าเรื่องออกมาได้น่าติดตามอย่างมากมาย ไม่วายที่จะได้สืบต่อภาคใหม่

แม้กระนั้นก็ยังคงคอนเซปที่ว่า ยังไม่ได้สานต่อในไทม์ไลน์ตอนนี้ ที่เป็นเรื่องราวหลัง Justice League แม้กระนั้นจะเล่าย้อนไปปี 1984 สมัยที่สีสันแฟชั่นของคนยุคนั้น น่าหลงไหลเรื่องราวในภาคนี้ จะดำเนินอยู่ในตอนปี 1984 หลังจากที่คุณได้ทำความเข้าใจที่จะอยู่ในสังคมของคนเราโลกธรรมดา เธอยังคงออกป้องกัน และก็ช่วยเหลือคนที่ได้รับความเดือดร้อน

หรืออันตรายต่างๆในนามวันเดอร์ วูแมน จนมาวันนึง ก้อนหินยอดเยี่ยมที่ไม่ว่าใครสัมผัสหินก้อนนี้แล้ว อธิฐานขอพร แล้วพรนั้นจะสำฤิทธิ์ผล ทีแรกไดอาน่าเองก็ไม่ได้อยากจะเชื่อว่าจะเป็นจริง คุณก็เลยลองขอพรเล่นๆอยากที่จะให้คนรักเก่าอย่าง สตีฟ เทรเวอร์ กลับมา จนแล้วจนรอดสตีฟก็กลับมาจริงๆแม้จะอยู่ในร่างของเพศชายคนนึงที่ไม่เคยเห็นหน้าก็ตาม

ด้วยความมหัศจรรย์ของหินยอดเยี่ยมนี้ทำให้วันเดอร์ วูแมนจำต้องออกค้นหาสิ่งที่ทำให้เกิดหินก้อนนี้ ด้วยเหตุว่ามันบางทีอาจแฝงมาด้วยภัยร้ายครั้งใหม่ ที่สามารถทำให้อารยธรรมของมนุษย์ทั้งโลกจะต้องหมดสิ้นไปเลยก็ได้ภายหลังจากได้ดูแล้ว จำต้องบอกเลยว่า ผู้สร้างมีความองอาจที่จะเล่าที่แตกต่างจากภาคแรกอย่างสิ้นเชิง ตัวหนังจะมิได้เน้นไปในทางแอคชั่น

ต่อสู้ตูมตามแบบที่ภาคแรกทำไว้ ในภาคนี้จะเน้นการดำเนินเรื่องที่เรียบง่าย เน้นวิธีการค่อยๆปูแบคกราวเกรียวนักแสดงหลักในเรือง ไม่เว้นแม้แต่การปูเรื่องของตัวร้าย อะไรที่เป็นจุดเริ่มที่ทำให้คนๆนึง สามารถกลับตัวเองให้มาร้ายได้ ถ้าหากไม่ได้การปูเรื่องในจุดนี้ คงไม่สามารถทำให้จุดสุดยอดช่วงท้ายเรื่องมีผลกับคนดู หรือทำให้คนดูอิน

และเห็นใจทุกตัวละครเลยต่อให้ตัวร้ายก็ตาม นับว่าเป็นหนังฮีโร่ที่มีตัวร้ายที่มีมิติ น่าติดตามเป็นที่สุดสรุปแล้ว หากมองในมุมมองของคมสำหรับผมแล้วนั้นเป็นหนังภาคที่สร้างมาเพื่อให้ไดอาน่า ได้ได้โอกาสได้ทดลองใช้ชีวิต ในแบบที่คุณเคยวาดวิมานในอากาศมาตลอด เป็นเธออยากได้ใช้ชีวิตกับผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดอย่างสตีฟ เทรเวอร์ รวมทั้งได้ทดแทนเงื่อนที่คุณอยากจะกล่าวลาชายผู้เป็นสุดที่รักเสียที ภายหลังที่ภาคก่อนนั้นไมได้ได้โอกาสที่ว่าเลย 8.5/10

มือปราบสัมภเวสี THE LOST CASE

หนังมีความยาวเพียง 1 ชั่วโมง 10 นาที โดยในตอน 10 นาทีแรก เสนอเรื่องราวของทางคณะทำงานรายการ รวมทั้งจากนั้นเป็นการแนะนำตัวละครต่างๆในเรื่อง พูดถึงที่มาที่ไป โดยเกือบทั้งยังเรื่องคนดูจะได้มองแบบมุมมองผ่านกล้องเป็นการถ่ายทำแบบ Found Footage หรือพรีเซนเทชั่นในมุมมองแบบบุคคลที่ 1 ให้ความรู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดกับผู้แสดง

และหนังได้บอกผู้ชมไว้แม้กระนั้นเริ่มอยู่แล้วว่า “กล้องถ่ายรูปรุ่นนี้ เกาะจระเข้ยักษ์ ล่าสุด  นิ่งขนาดคนเป็นพาร์กินสันยังถ่ายได้” ซึ่งอาจจะเป็นได้อีกทั้งจุดเด่นสำหรับคนที่กลัวมึนหัว และข้อด้อยของหนังระทึกขวัญที่จำต้องอาศัยจังหวะจะโคน การส่ายไปแกว่งมาของภาพจุดที่โชคร้ายของหนังคือ การเล่นง่ายจบง่ายไปหน่อย เกี่ยวกับเงื่อนต่างๆอาทิเช่น ปัจจัยการฆ่าตัวตาย

ความอาฆาตแค้นของวิญญาณ รวมทั้งในด้านการดำเนินเรื่องที่เล่าตรงๆไม่มีจุดหัก หรือพูดถึงสิ่งที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดจุดจบของเรื่อง ซึ่งถ้าเกิดมองเอาบรรยากาศหลอนๆก็พอตอบปัญหาคอหนังสยองขวัญได้อยู่บ้างสำหรับเรื่องดีของ มือปราบสัมภเวสี THE LOST CASE ที่ถือว่าเป็นความพยายามที่ดี เป็นการผลิตบรรยากาศความน่าสงสัย

ความมืดมน ซึ่งบางทีก็แทบจะดูไม่รู้จักเลยว่ามีอะไรอยู่ในซีนนี้ แต่ทำให้มีความรู้สึกกลัวสิ่งที่ไม่เห็นได้ และเรื่องราวที่จับมานำเสนอนั้น ก็เป็นเรื่องที่มีอยู่แล้วในรายการ “มือปราบสัมภเวสี” ซึ่งถือเป็นการอิงเรื่องราวความศรัทธา ความลี้ลับ ที่เกิดขึ้นอยู่กับบุคคลที่มีตัวตนจริงแล้วก็ซีนที่ชอบที่สุดของหนัง หรือนับว่าเป็นสีสันก็ได้ คือ ประโยคเด็ดของแพทย์ปลา

ที่มาน้อยแต่พยายามครับ ได้สร้างข้อคิดเตือนใจเพื่อเตือนสติให้กับคนดู ในเรื่องเกี่ยวกับการไหว้รังปลวก หรือวัตถุมงคลต่างๆที่ไร้สาระโง่งมงาย แม้ว่าจะรู้สึกย้อนแย้งไม่เข้ากันซักเท่าไหร่กับแนวหนัง แม้กระนั้นเป็นซีนที่ประทับดวงใจโคตรโดยรวมแล้ว มือปราบสัมภเวสี THE LOST CASE อาจไม่ใช่หนังผีไทยที่เหมาะสมที่สุด หรือน่าขนลุกที่สุด

แต่ถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่นำเสนอแบบ Found Footage / Horror หรือ Hand-held โดยเกือบจะทั้งยังเรื่องเป็นการเล่าผ่านกล้องวิดีโอ ให้มุมภาพและก็ความรู้สึกสมจริงสมจัง เสมือนอยู่ในสถานะการณ์ คนกลัวผีมองได้ เวียนหัวง่ายดูดี เนื่องจากภาพจะไม่ค่อยส่ายไปส่ายมา ซึ่งจริงๆก็โชคร้ายมากมาย สำหรับหนังตื่นเต้นที่จำต้องอาศัยจังหวะจะโคน เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกร่วมไปกับผู้แสดงด้วย

กลับสู่หน้าหลัก https://am2con.org/