สร้างแบรนด์ ครีม ลงทุน เท่าไหร่

สร้างแบรนด์ ครีม ลงทุน เท่าไหร่

สร้างแบรนด์ ครีม ลงทุน เท่าไหร่ ก็เลยพอจะสรุปได้ว่า การ สร้างแบรนด์ครีม จะลงทุนในธุรกิจขายครีมนั้น ควรมีเงินลงทุนขั้นต่ำหลักหมื่นขึ้นไป ประมาณ20,000-50,000 บาท ก็เลยจะได้ครีมเกรดปานกลางมา อย่าเพิ่งจะสงสัยว่าเพราะเหตุใดราคาถึงสูงนัก ด้วยเหตุว่ามันยังมีค่าเขียนแจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอีก ไหนจะค่าทำการตลาด ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ค่าแรงงานพรีเซนเตอร์ต่างๆอีกเยอะมาก เพราะว่าหากทำครีมมาสุดแต่ไม่มีงบ ไปจัดการตรงส่วนนี้ก็จะไม่มีคนซื้อ สร้างแบรนด์ ครีม ลงทุนเท่าไหร่ ครีมก็จะได้กองอยู่ที่บ้านขายไม่ได้นั่นเอง ด้วยเหตุนั้นหากผู้ใดจะทำครีม สิ่งจำเป็นที่สุดที่ควรมีก่อนคือเงินลงทุน ถ้ายังไม่มีแนะนำให้สมัคร เป็นผู้แทนจัดจำหน่ายเพื่อเรียนรู้ทักษะวิธีขายให้ดีเสียก่อน ศึกษาการตลาด การโปรโมตต่างๆเนื่องจากหากพร้อมจะได้สามารถลงทุนได้เลย ส่วนคนไหนกันที่พร้อมแล้ว ใคร่รู้ว่าการทำธุรกิจครีมต้องทำอะไรบ้าง มาดูค่ะ

1.หาข้อมูลเรื่องกลุ่มลูกค้า โดยจะขายให้คนไหน เพศอะไร อายุมากแค่ไหน เป็นต้น ถ้าหากทราบที่ตรงนี้จะช่วยระบุขอบเขต การทำครีมได้เด่นชัดมากเพิ่มขึ้น ว่าควรจะทำครีมแบบไหน ออกมาขายก็เลยจะขายได้กำไร

2.เลือกสูตร ถ้าเกิดยังไม่มีสูตรหรืออยากอดออมงบสามารถเลือกสูตรกึ่งกลาง ที่ดินโรงงานมีได้ ส่วนมากจะมีครีมไว้ให้ลูกค้าตรวจสอบและลองใช้ก่อนด้วย หากโอเคก็สั่งผลิตได้เลย แต่สูตรเหล่านี้ก็ชอบมีคุณภาพราวกับครีมทั่วๆไปในท้องตลาด ถ้าต้องการมีสูตรเป็นของตนเองเพื่อสร้างไม่เหมือนกัน ก็ปรึกษาผู้ที่มีความชำนาญของทางโรงงานได้เลย

3.คิดสูตรใหม่ แม้ลูกค้าไม่สบอารมณ์ สูตรกลางของโรงงานต้องการสูตรใหม่ หรืออยากที่จะให้ทางโรงงาน แกะสูตรครีมเจ้าดังในท้องตลาดให้ก็แจ้งทางโรงงาน บางครั้งก็อาจจะใช้เวลาปรับปรุงสูตรโดยประมาณ 1-2 อาทิตย์แล้ว แต่มีสารสกัดอยู่ในคลังเก็บของแล้วหรือเปล่า ลูกค้าจะได้นำครีมแบบอย่างไปทดสอบการใช้ แม้ไม่สบอารมณ์ก็แจ้งให้โรงงานปรับปรุงแก้ไขจนกว่าจะพึงพอใจ ดังนี้รายจ่ายในการพัฒนา หรือแก้สูตรแต่ละครั้งก็จะอยู่ที่ประมาณ2,000-3,000 บาท

4.ปรึกษาเรื่องการทำการตลาด ถ้าหากโรงงานมีฝ่ายให้คำแนะเรื่องการทำการตลาดให้ ลูกค้าก็สามารถปรึกษาแนวทางการทำการตลาดในระหว่าง รอสูตรผลิตภัณฑ์ ตรงนี้จะช่วยทำให้มีแนวทางสำหรับวางยุทธวิธีทางการตลาดได้เห็นภาพอย่างเห็นได้ชัดมากยิ่งขึ้น

5.ออกแบบฉลาก รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ แม้ได้สูตรที่ตรงจิตใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ฉลากรวมไปถึงยี่ห้อสินค้า เอาไว้รอเวลาที่ผลิตสินค้าเสร็จสมบูรณ์

6.ผลิตสินค้า ก่อนที่จะผลิตครีมทั้งสิ้น ทางโรงงานจะยื่นเรื่องขอเขียนแจ้งกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เมื่อผ่านแล้ว แล้วจัดการผลิตบรรจุภัณฑ์มาก่อน สกรีนฉลากและตราสินค้าอะไรเรียบร้อย เอามาส่งให้ที่โรงงาน ก็จะเข้าสู่กระบวนการผลิตและบรรจุครีม ดังนี้ขั้นตอนนี้ลูกค้าบางครั้งอาจจะไม่ต้องทำก็ได้ เนื่องจากว่าบางโรงงานมีบริการแบบ One Stop Service ที่จัดจะช่วยช่วยจัดการ ในเรื่องบรรจุภัณฑ์ให้ด้วยจ้ะ

7.วางขาย เมื่อผลิตภัณฑ์พร้อม กลยุทธ์ตลาดพร้อม ก็เริ่มทำการตลาด รวมทั้งวางขายสินค้าได้เลย ในกรณีที่โรงงานมีข้างให้บริการหัวข้อการตลาด แม้ตัวลูกค้ามีปัญหาขายไม่ดีหรือขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนถึงผลิตภัณฑ์ขาดสตอค สามารถกลับมาขอความเห็นทางโรงงานได้

สร้างแบรนด์เครื่องสำอางเงินล้านจาก 0!!

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็พบแต่แบรนด์เครื่องแต่งหน้าใหม่ๆเต็มไปหมด การจะเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจแบรนด์เครื่องแต่งตัวนั้นจึงมองยากมาก แม้กระนั้นในความเป็นจริงแล้วตลาดนี้ยังคงเติบโตแบบไม่มีลดน้อย ภาพรวมตลาดความงดงามในไทยเมื่อปี 2559 มีอัตราการเจริญเติบโตสูงมากขึ้นกว่า 6.5% มีมูลค่ารวมกว่า 154,000 ล้านบาท แล้วก็วิถีทางออนไลน์ก็ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่างๆของบริโภคสำหรับในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ความงามไปเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยยังมีโอกาสในตลาดนี้แอบซ่อนอยู่

1.จะขายอะไรดี?

ปริศนาแรกที่เราจะต้องตอบให้แจ่มชัดแล้วก็ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีก่อน สร้างแบรนด์ ครีม ลงทุน เท่าไหร่  เนื่องจากว่าพวกเรามีคู่แข่งมากไม่น้อยเลยทีเดียวในตลาด เมื่อเรามีผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการขายในใจแล้ว ทดลองตอบปัญหากลุ่มนี้กันก่อนที่จะเริ่มจะลงมือกันขอรับตัวอย่างปัญหาที่ควรจะตอบให้ได้ก่อนเริ่มลงมือทำ:

กลุ่มผู้ซื้อที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเรา เป็นกลุ่มไหน อายุเท่าไหร่ มีรายได้ราวๆเท่าไรต่อเดือนปัญหาของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาดแล้ว มีอะไรบ้าง?ผลิตภัณฑ์ที่จะทำ แตกต่างและก็ดีมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆในตลาดอย่างไร?สินค้าที่จะทำ ตอบสนองความต้องการ และก็ปัญหาของผู้บริโภคต่อสินค้าที่มีอยู่แล้วได้จริงหรือไม่?พวกเราจะวางขายที่ใดบ้าง?

วิธีการหาคำตอบพวกนี้ก็คือการลงสนามนั่นเอง การที่กำลังจะได้ข้อมูลของลูกค้า พวกเราก็จำต้องไปถามกลุ่มเป้าหมายพวกเรากันนะครับว่าเขาอยากอะไรบ้าง ได้แก่ หากกลุ่มเป้าหมายพวกเรา คิดว่าน่าจะเป็นนิสิตนักศึกษาหญิง อายุ 17-21 ปี พวกเราก็ทดลองไปสัมภาษณ์กลุ่มทดลอง 5-10 คน ว่าเขาคือกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์เราใช่หรือไม่

สอบถามปัญหาต่างๆเกี่ยวกับสินค้าว่าตรงกับที่พวกเราคิดไหม อยากได้ผลิตภัณฑ์แบบไหน เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงสินค้าของพวกเราให้ตรงหัวใจผู้ใช้กันครับเมื่อตอบปัญหาได้ครบแล้ว ครั้งนี้ พวกเราต้องศึกษาหาความทราบเสริมเติมทั้งยังด้านเทรนด์ สินค้า รวมทั้งตลาด รวมทั้งผู้ซื้อเพิ่มเพิ่มมากขึ้น เพื่อรับรองว่าสิ่งที่เราคิดนั้นถูกไหม

2.รู้จักคู่แข่งคุณทราบหรือเปล่าว่าคู่แข่งของคุณคือผู้ใดกันแน่บ้าง?

เวลาที่คุณลงสู่สนาม คุณควรจะได้รายชื่อสินค้าที่กลุ่มเป้าหมายใช้อยู่แล้วมาบ้าง รวมทั้งบางทีอาจจะลองหาเพิ่มสัก 2-3 แบรนด์ที่จับกลุ่มผู้ใช้เดียวกัน ในราคาที่ใกล้เคียงกัน ลองติดตามเพจและการเปลี่ยนแปลงของแบรนด์คู่ต่อสู้ของพวกเราเสมอ เพียรพยายามหาจุดแข็งรวมทั้งข้อเสีย ขั้นตอนการทำตลาด กระบวนการขาย การตอบคำถามลูกค้า ร

วมถึงอ่านคำถาม คำติชมของลูกค้าแบรนด์คู่ปรับ ด้วยเหตุว่านี่เป็นจังหวะให้พวกเราได้ทำความเข้าใจข้อบกพร่องของแบรนด์และสิ่งที่ต้องการของลูกค้าได้แบบไม่ต้องลงทุนไปก่อนblogphotoขั้นตอนการหาแบรนด์คู่แข่งขันก็ไม่ยากเลย ทดลองเสิร์จใน Google ก็จะเจอลิสต์ของแบรนด์ที่ทำสินค้าที่พวกเราต้องการทำเยอะมาก หรือจะหาจากแฮชแท็กใน Instagram ก็ได้เช่นกันครับผม

3.รู้จักผู้ใช้พวกเราจะขายของให้กับคนไหนกันแน่

พวกเราจำเป็นต้องรู้จักคนซื้อของเราว่าปรารถนาอะไร มีปัญหาอะไรกับผลิตภัณฑ์เดี๋ยวนี้ที่เลือกใช้หรือไม่ นอกเหนือจากแนวทางการเข้าไปสัมภาษณ์กรุ๊ปลูกค้าเป้าหมายดังที่ชี้แนะข้างต้นแล้ว วิธีการเรียนผู้ใช้ยังมีอีกหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการดูเมคอัพรีวิว Beauty Blogger, Beauty Guru

หรืออาจจะไปเดินมองพฤติกรรมต่างๆของบริโภคเวลาซื้อสินค้าตามร้านรวงต่างๆว่าเขาเลือกซื้อจากต้นสายปลายเหตุไหนบ้างอีกหนึ่งวิธีที่เป็นประโยชน์มากสำหรับในการเรียนรู้เทรนด์ผู้ซื้อเป็นการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Google Trends ที่พวกเราสามารถใส่คีย์เวิร์ดสำหรับเพื่อการเสิร์จหาจากกูเกิลเพื่อดูได้เลยว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมีการเสิร์จหาของคำๆนี้มีเทรนด์คืออะไรบ้าง ดังเช่นว่า

จะมองเห็นได้ว่า เทรนด์ของการเสิร์จหา “คุชชั่น” นั่นเพิ่งจะเริ่มเมื่อกลางปี 2015 พุ่งขึ้นมากที่สุดเมื่อต้นปี 2017 และและก็เริ่มแผ่วลงเมื่อท้ายปี 2017 ก่อนจะกลับมาสูงอีกรอบช่วงปลายปี 2017 ถึงต้นปี 2018 และก็ยังสามารถดูได้อีกด้วยว่า สร้างแบรนด์ ครีม ลงทุน เท่าไหร่  ผู้ใช้โซนใดมีการเสิร์จหาคีย์เวิร์ดคำนี้มากที่สุดblogphotoเมื่อนำทั้งคู่คำมาเปรียบเทียบกันในรอบ 1 ปีที่ล่วงเลยไป

เห็นผลดังต่อไปนี้Google Trends จึงเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับการศึกษาเล่าเรียนพฤติกรรมการเสิร์จหาของผู้ใช้ ความประพฤติวิธีสำหรับการเลือกซื้อ เทรนด์ที่มาแรงหรือกระแสผลิตภัณฑ์ใหม่ๆรวมทั้งกระแสที่กำลังตกลง แล้วก็ยังช่วยสำหรับในการตั้งชื่อ เรียกสินค้าอิงจากการเสิร์จหาได้อีกด้วยมาลองดูการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกัน ด้วยคีย์เวิร์ด “ระอุชชั่น” “บีบีครีม” “ซีซีครีม” แล้วก็ “ดีดีครีม” กันครับผมว่าจะไม่เหมือนกันอย่างไรบ้างในรอบ 5 ปีที่ล่วงเลยไปจะเห็นได้ว่าข้อมูลนี้มีสาระต่อการตัดสินใจเลือกทำสินค้าเป็นอย่างมากเลยครับผม ดังนั้นอย่าลืมเช็คเทรนด์การเสิร์จก่อนเริ่มทำสินค้าครับ

4.ปรับปรุงสินค้าการตลาดที่ดีเริ่มที่ผลิตภัณฑ์ที่ดี

รวมทั้งมีความโดดเด่นเฉพาะตัว ความเด่นของสินค้านั้นโดยรวมแล้วสามารถพัฒนาได้ 2 แบบ คือใช้ความไม่เหมือนของผลิตภัณฑ์เป็นจุดขายใช้ความแตกต่างของคอนเซ็ปต์แบรนด์เป็นจุดขายซึ่งทั้งสองแบบนั้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ก็แตกต่างกัน แม้คุณเลือกที่จะขายผลิตภัณฑ์ที่ผิดแผก กระบวนการปรับปรุงตัวผลิตภัณฑ์นั้นจำต้องเริ่มตั้งแต่สร้างคอนเซ็ปต์ของสินค้า

จุดขายของผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไรปรับปรุงสูตรสินค้าส่วนผสมเกรดประสิทธิภาพโดยประมาณไหน จำเป็นต้องนำเข้าไหมเน้นธรรมชาติไหมต้นทุนการสร้าง โดยประมาณเยอะแค่ไหนจำเป็นต้องขอการรับรองยังไงทดลองผลิตภัณฑ์กับคนหลายๆกลุ่ม เพื่อยอมรับฟังความเห็นนำไปเปลี่ยนแปลงซึ่งกระบวนการพัฒนาสินค้าจนได้สูตรที่พอดีบางทีก็อาจจะใช้เวลานาน

ขั้นตอนนี้น่าจะจำเป็นต้องทำงานร่วมกับแลปทดสอบ หรือบริษัท OEM ที่ได้มาตรฐานแต่แม้คุณอยากขายคอนเซ็ปต์ของแบรนด์เป็นหลัก ผ่านการผลิตสูตรเอง ก็สามารถหาสินค้าสูตรสำเร็จจากโรงงาน OEM เครื่องแต่งตัว ปรับสีหรือกลิ่นเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ แล้วเอามาผลิตแบรนด์เพื่อขายได้เลยblogphotoอาทิเช่น คุณอยากได้ผลิต อาย แชโดว์คอนเซ็ปต์เจ้าฟ้าหญิง

ตัวผลิตภัณฑ์หรือสูตรของอสายแชโดว์นั้นบางทีก็อาจจะไม่มีความสำคัญเท่ากับการออกแบบภาพลักษณ์ แล้วก็บรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ให้ดูงดงามดังเครื่องแต่งหน้าของเจ้าฟ้าหญิงจริงๆการพัฒนาสินค้าแบบงี้เหมาะสำหรับการยึดกระแสผลิตภัณฑ์ที่กำลังเดินทางมาแรง ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาในการพัฒนาสูตรใหม่มากนัก ผลิตออกมาจำหน่ายได้เลย

5.เลือกโรงงานผลิตเมื่อพวกเราทราบดีแล้วว่า ปรารถนาผลิตภัณฑ์อะไร

การเลือกโรงงานผลิตเครื่องแต่งหน้าก็สำคัญมากเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันจะมีความคิดเห็นว่ามีโรงงาน OEM เหล่านี้อยู่มาก การบริการก็มากมาย มีทั้งยังแบบที่รับผลิตและปรับปรุงสูตรในแลป กับขอจดอย.ให้พร้อม โดยรวมแล้วเราควรไตร่ตรองโรงงานสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์พวกเราดังนี้มีความน่าเชื่อถือ และก็มีมาตรฐานรับประกันความน่าไว้ใจของโรงงานผลิตถือได้ว่าเป็นต้นสายปลายเหตุที่สำคัญมาก

มาตรฐานรับรอง ความสะอาดของสถานที่ผลิต ความชำนิชำนาญสำหรับการผลิต เครื่องจักรที่ตามมาตรฐาน ทุกสิ่งควรจะวิเคราะห์ได้แล้วก็โปร่งใส ซึ่งพวกเราสามารถตรวจสอบได้ในเว็บของกรอ.วัตถุดิบที่ใช้มีคุณภาพ มีความชำนิชำนาญการโรงงานมีแลปในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยผู้ที่มีความชำนาญที่มีความเข้าใจจริง ใช้ส่วนผสมที่ปลอดภัยตรวจดูที่มาได้

และก็ไม่มีอันตรายกับคนซื้อ สามารถสำรวจได้ว่าปริมาณสารที่ใส่นั้นเป็นไปตามที่ตกลงกันและไม่มีสารปลอมปนดูแลเอาใจใส่ดีไม่ใช่เพียงแค่มาตรฐานที่ดีสิ่งเดียวแค่นั้น โรงงานควรเอาใจใส่ในความจำเป็นของเรา สร้างแบรนด์ ครีม ลงทุน เท่าไหร่  ด้วยเหตุว่าการผลิตผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นนั้นไม่ง่ายเลย บางทีพวกเราก็ใคร่รู้ ต้องการถามคำถามเยอะแยะ

เราก็คงอยากได้คณะทำงานดูแลที่พร้อมอำนวยความสะดวกรวมทั้งตอบปัญหาเราได้สูตรลับ ห้ามเผยแพร่สูตรของพวกเราถือว่าเป็นความลับของเรา โรงงานที่ดีน่าจะคุ้มครองป้องกันสูตรของสินค้าไม่แพร่งพรายให้แบรนด์อื่นรู้ ซึ่งนี้สำคัญมากขณะที่พวกเราเซ็นต์สัญญากับโรงงานผลิต จำเป็นต้องตรวจทานสัญญาข้อนี้อย่างระมัดระวังเสมอ

6. การตลาด สำคัญกว่าที่คุณคิดเจ้าของธุรกิจหลายท่านมุ่งเน้นที่การพัฒนาสินค้ามากมายกระทั่งลืมคิดถึงประเด็นการตลาด

โดยเฉพาะในตลาดเครื่องสำอางที่ผู้ซื้อมีตัวเลือกมาก แค่เพียงสินค้าที่ดีคงไม่เพียงพอ พวกเรามาดูขั้นตอนหลักๆของการวางแผนการตลาดกันขอรับการตลาดที่ดีเริ่มตั้งแต่ตัวสินค้าเอง ถ้าเกิดผลิตภัณฑ์เราดีผู้บริโภคก็จะทำการตลาดด้วยการบอกถึงแม้ว่าจะเราเอง ยิ่งพวกเรามีคอนเซ็ปต์เฉพาะบุคคลก็จะสามารถช่วยให้การบอกต่อแบรนด์พวกเรานั้นง่ายมากยิ่งขึ้นด้วยเหตุผลดังกล่าวชื่อแบรนด์

โลโก้ การเลือกใช้สี ฟอนต์ และก็คอนเซ็ปต์ของแบรนด์โดยรวม ควรจำเป็นต้องจำง่าย ดึงดูด และก็มีความสม่ำเสมอ เพราะแบรนด์เป็นอุปกรณ์การสื่อสารถึงผู้ใช้ว่า แบรนด์พวกเรามีจุดยืนยังไง ท่าทางของแบรนด์จะครอบคลุมไปถึงการออกแบบสื่อต่างๆอีกด้วย ตัวอย่างของแบรนด์ที่แข็งแรง ได้แก่ แบรนด์ Innisfree ที่มีเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่แจ่มชัด

โลโก้ฟอนต์ที่ใช้ แล้วก็สีที่ใช้เป็นสีเขียวสื่อถึงความเที่ยงธรรมชาติ แล้วก็ทิศทางของสินค้าในแต่ละไลน์ที่ออกมาก็จะมีส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นตัวชูโรงทั้งมวล ซึ่งทั้งการตกแต่งหน้าร้านรวมทั้งช่องออนไลน์ ก็จะเน้น mood and tone แนวธรรมชาติทั้งหมดทั้งปวง และก็มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ของสินค้าในทางบวกเสมอ ก็เลยเป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตอย่างเร็วและก็ได้รับการยอมรับอีกทั้งตลาดตะวันตกและก็ทิศตะวันออกดีไซน์แพคเกจจิ้งไม่ว่าจะเป็นกล่องใส่สินค้า หรือขวดที่อยู่ข้างในให้มองน่าใช้และสะดุดตา

เวลาวางเทียบกับแบรนด์อื่น แล้วสามารถล่อใจให้คนจับได้มากกว่าวางแผนการโปรโมทผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าถึงกรุ๊ปคนซื้อที่อยากได้ ไม่ว่าจะเป็นการรีวิว การโฆษณาผ่านสื่อโซเชี่ยลมีเดีย หรือบางทีอาจจะเป็นการแจกเทสเตอร์ต่างๆวางแบบรูปภาพ และก็สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆให้ตรงกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ น่าดึงดูด เย้ายวนใจ และก็เข้าใจง่ายที่สุด

กลับสู่หน้าหลัก https://am2con.org/