ดู เกาะจระเข้ยักษ์

ดู เกาะจระเข้ยักษ์

ดู เกาะจระเข้ยักษ์ ประเด็นนี้เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากมีคลื่นกระแสไฟฟ้าก่อกวนจนเกิดเหตุการณ์โดยไม่คาดคิดทางอากาศ เครื่องบิน GZ261 จำเป็นต้องลงหยุดอย่างเฉียบพลันที่เกาะตะไข้ หลินเฮ่าและเหล่าเพื่อนของเขาจะต้องเลี่ยงหนีจากการไล่ล่าจากจระเข้ยักษ์ สู้เพื่อเอาชีวิตรอดพวกเขาต้องหาวิทยุสำหรับติดต่อสื่อสารที่อยู่ในเครื่องบินขนส่งภายหลังจากของการรบ ถึงจะรอดชีวิตมาได้แม้กระนั้นบางบุคคลอาจจะเห็นแก่ตัว แต่ว่ายังมีคนอีกจำนวนหนึ่งเห็นแก่ชีวิตของครอบครวเพื่อสู้กับจระเข้ยักษ์อย่างกล้าหาญ เรื่องราวเมื่อมีเครื่องบินตกลงไปบนเกาะที่ไม่เคยมีใครกันแน่รู้จัก ผู้คนที่มีชีวิตรอดจากอุบัติเหตุครั้งนี้ต้องหาวิธีออกจากเกาะ รีวิว เกาะจระเข้ยักษ์ แม้กระนั้นพวกเขาก็เจอกับจรเข้ยักษ์ ทุกคนต้องหาวิธีเอาชีวิตรอดไปให้ได้ ในช่วงเวลาตายแล้วก็เป็น บางคนจะเห็นแก่ชีวิตของตนเอง แม้กระนั้นยังมีคนบางบุคคล เพื่อความรักระหว่างครอบครว เพื่อนและแฟน สู้กับไอ้เข้ยักษ์อย่างกล้าหาญ

Memories of Murder การฆาตกรรม ความตาย และก็ฝน

บอกเลยว่าเป็นหนังอาชญากรรมที่ดูบันเทิงใจมากอีกหนึ่งเรื่อง ทั้งบรรยากาศของหนังที่พาย้อนไปเกาหลีในตอนนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับการเล่าเรื่องที่โคตรน่าติดตาม มีชั้นเชิงสำหรับเพื่อการเล่าบวกกับการประสมประสานระหว่างความตื่นเต้นของคดีการฆาตกรรมเข้ากับความตลกขบขันร้ายได้อย่างพอดีที่แบบ ไม่คิดว่าสองแบบนี้จะเข้ากันได้กับหนังแนวอาชญากรรมแบบนี้

แต่หนังเรื่องนี้ก็ทำออกมาให้เห็นแล้วว่าสองอย่างที่ตรงกันข้ามกันดันเข้ากันได้ดีมากๆในหนังเรื่องนี้เท่านั้นยังน้อยเกินไป หนังยังสามารถดึงผู้ชมให้จมอยู่ความมืดดำของคดีพร้อมด้วยสร้างความระทึกให้เราลุ้นแทบตลอดทั้งเรื่องอีกด้วย การเล่าเรื่องของไต่สวนก็ดีแล้วครับ มีทิ้งเงื่อนปริศนาต่างๆให้ผู้ชมอย่างพวกเราใจตามอีกด้วย เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากมายขอรับและก็การที่หนังเอาการจริงมาดัดแปลงก็เป็นอะไรที่น่าสนใจอยู่แล้วใช่ไหม

แต่ดันถ่ายทอดออกมาแบบเพอร์เฟคอีกแบบไม่มีอะไรให้ติเลยขอรับกับหนังเรื่องนี้ ด้านตัวละครไม่ต้องกล่าวถึงเลย แสดงเข้าถึงบทกันทุกคน แม้กระนั้นที่เด่นที่สุดอาจไม่พ้นสองผู้แสดงนำฝ่ายของเรื่องอย่าง ซงกังโฮ รวมทั้ง คิมซังคยูง ที่จะต้องปรบมือให้เลยนะครับ Memories of Murder การฆ่า ความตาย แล้วก็ฝน หนังอาชญากรรมที่ประสมประสานไปด้วยความขำขันร้ายของสังคมที่ไม่สมควรจะเข้ากัน แต่ว่ากับพอดีมากมายในหนังหัวข้อนี้ รายละเอียดน่าติดตามเชิญผู้ชมลุ้นไปพร้อมทั้งไขคดีฆ่ากระทำชำเราที่ฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาหลี

รีวิว Over the Moon ก้อนเมฆที่ความเศร้าที่บังพระจันทร์

เฟยเฟย คือเด็กสาวที่เติบโตมาในครอบครัวอันแสนอบอุ่น คุณสนิทกับแม่ที่เปิดร้านขายของหวานไหว้พระจันทร์ ไม่นานนักเธอก็จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อแม่ของคุณล้มป่วยและจากไป นับเป็นเวลาหลายปีถัดมาบิดาของคุณกำลังจะเริ่มความเกี่ยวเนื่องครั้งใหม่กับหญิงสาวที่มาพร้อมลูกชายตัวแสบอย่างคุ้นชินด้วยความไม่ถูกชะตาและไม่พร้อมที่จะเปิดรับหญิงคนใหม่ของบิดา

เฟยเฟยก็เลยบากบั่นจะพิสูจน์ว่าเรื่องเล่าก่อนนอนของแม่ ที่เล่าถึงนางงามฉางเอ๋อนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆคุณจึงตกลงใจสร้างจรวดเพื่อเดินทางไปยังดวงจันทร์การเสี่ยงภัยคราวนี้ไม่ใช่ง่ายเลย เมื่อเธอพบว่าบนพระจันทร์นั้นมีอะไรมากยิ่งกว่าที่ตนเองคิดดู เกาะจระเข้ยักษ์  รวมทั้งสาวงามฉางเอ๋อก็ไม่ได้เป็นคนอ่อนโยน เป็นระเบียบเรียบร้อยแบบที่แม่เธอเคยเล่ามา อีกทั้งเฟยเฟยยังต้องทำภารกิจตามหาของขวัญให้เทพีฉางเอ๋อก่อนที่จะพระจันทร์จะเข้าข้างแรม เพื่อเธอได้พบกับคนรักอีกที

Bloodshot – จักรกลเลือดดุ

หนังแนว Anti-Heroes คนใหม่จากค่าย Valiant Comics ที่เคยตั้งตนว่าจะเป็นตัวเปิดจักรวาล Valiant Universe เหมือนพวกค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Marvel หรือ DC แม้กระนั้นเรื่องอื่นๆของ Valiant ก็ถูก Paramount ซื้อไปเหลือทิ้งไว้เพียงแค่ Bloodshot เนี่ยแหละ แต่ถึงกระนั้นก็ตามมันก็ออกมาเป็นหนังให้เราได้ดูกัน ซึ่งมันคืองานดูแลหนังใหญ่ครั้งแรกของ Dave Wilson แต่เจ้าตัวเคยควบคุมหนึ่งตอนของซีรีส์ Love, Death & Robots ทาง Netflix มาแล้ว

หนังหัวข้อนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนายทหารคนหนึ่งที่ปฏิบัติภารกิจปฏิบัติภารกิจอะไรบางอย่าง แต่และพลาดท่าเสียทีโดนฆ่าเสียชีวิต แล้วก็ทาง RST ก็ได้นำร่างเขามาช่วยชีวิตใหม่ด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์จิ๋วสุดล้ำ Nanites เทียบราวกับเลือดของเขา ที่ทำให้เขามีพละกำลังที่อดทนขึ้น รวมทั้งที่สำคัญมีพลังในการรักษาขั้นสูง แต่ว่าถึงอย่างไรก็แล้วแต่พระเอกก็รู้สึกตัวว่าเขากำลังโดนทาง RST

หลอกให้ทำหน้าที่ต่างๆด้วยการป้อนความจำเป้าหมายที่ต้องการที่จะให้ฆ่า ปั้นเรื่องราวลงไปในหัวของนายทหารคนนี้ เขาก็เลยหาทางออกมาทวงแค้น หนังแสดงนำโดย Vin Diesel ไม่รู้เรื่องคิดไปเองหรือไม่นะ คาแรคเตอร์ก็เสมือน Dom Toretto นั่นแหละ เพียงอยู่ในคราบของยอดมนุษย์อะไรทำนองนั้น (เอาจริงเอาจังๆVin Diesel ไม่ว่าจะเล่นหนังเรื่องไหนก็เช่นเดียวกันหมดทุกเรื่องล่ะ 555)

ส่วนตัวประกอบคนอื่นๆไม่ว่าจะเป็น Eiza González, Sam Heughan, Guy Pearce ก็มิได้สะดุดตาหรือน่าจำแต่อย่างใด บทไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ ตัวประกอบจริงๆรายขอ Eiza González ออกมาให้คล่องแคล่วหัวใจแค่นั้นแหละเนื้อเรื่องในเรื่องนี้เหมือนตัวอย่างเลย ไม่มีเซอร์ไพรส์ ไม่เกินคาดทายใจ ไม่มีอะไรเลยจริงๆคือเนื่องจากว่าเราเห็นและก็รับรู้เรื่องราวจากในตัวอย่างหมดแล้ว มันจึงไม่มีอะไรช่วยดึงให้เราอยู่กับหนังสักเท่าไหร่

เพราะฉะนั้นเราก็เลยไปมุ่งมาดกับฉากแอ็คชั่น ความดุของ Anti-Heroes ตัวนี้แทน แต่ก็ผิดหวังอีกเหมือนปกติ เนื่องจากฉากแอ็คชั่นก็มิได้ว้าว ไม่ได้สนุกสนานอะไรเลย มันดาดๆและก็ธรรมดามากมาย ไอ้ที่พอเพียงจะหรูก็มองเห็นในตัวอย่างหมดแล้ว มันก็เลยไม่เหลือส่วนให้เพลิน ให้ตื่นเต้นสักเท่าไหร่ แถมความแค้น ความเดือด ความดุ มันยังไม่มากพอที่จะทำให้มันบันเทิงใจได้ สรุปแล้ว Bloodshot – จักรเลือดดุ

พวกเราเฉยๆกับมันมาก มันไม่สามารถที่จะตรึงพวกเราให้อยู่กับเรื่องราวได้ ดู เกาะจระเข้ยักษ์ แอ็คชั่นก็ยังดึงไว้มิได้อีก นักแสดง Bloodshot ก็ไร้ซึ่งเสน่ห์ดึงดูดมากพอด้วย แม้กระนั้นกราฟฟิกก็ไม่ห่วยแตกนะ นับว่าดูดีเลยล่ะ มันก็ไม่เพียงพอช่วยทำให้หนังหัวข้อนี้บันเทิงใจขึ้นมาแต่อย่างใด ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ต้องลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองดีมากยิ่งกว่า คุณอาจจะชอบมันก็ได้นะ

รีวิวหนัง White God สี่ขาล่าปิดเมือง(2014) หนังพล็อตแปลก ที่มาพร้อมการตั้งข้อซักถามกับสังคมได้อย่างแยบคาย

White God สี่ขาล่าปิดเมือง เป็นหนังน้ำดีจากฮังการี ควบคุมรวมทั้งเขียนบทโดย Kornél Mundruczó ได้รับรางวัล Prize Un Certain Regard จาก เทศกาลหนังเมืองคานส์ ปี 2014 แถมเจ้าตูบในเรื่องยังได้รับรางวัล Palm Dog Award อีกด้วย โดยทางผู้กำกับเปิดเผยว่า ในเรื่องใช้สุนัขถึง 274 ตัวจากศูนย์พักอาศัย ซึ่งจำต้องเทรนหมากันถึง 6 เดือนก่อนเอามาเข้าฉาก!! เป็นหนังที่ใช้บริการเจ้าตูบเยอะมาก และน้องหมาพวกนี้ก็ถูกทยอยรับไปเลี้ยงระหว่างการถ่ายทำ จนกระทั่งถึงตอนนี้ทุกตัวมีบ้านกันหมดแล้ว ซึ่งหนังประเด็นนี้ถือเป็นหนังที่มีไอเดียน่าทึ่งจริงๆเพราะว่าเป็นการนำหมามารวมเป็นหมู่เพื่อเอาคืนมนุษย์แล้วก็ยึดเมืองปฏิรูป…

White God เล่าถึงครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดาครอบครัวหนึ่ง ที่พ่อแม่หย้าร้างกัน ทำให้ ลีลี่ (รับบทบาทโดย โซเฟีย ชอตตา) เด็กผู้หญิงวัย 13 ปี พร้อมสุนัขชนิด-ผสมชื่อ ฮาเก้น จำต้องมาอยู่กับบิดาชั่วครั้งคราวที่เมือง Budapest โดยในเมืองนี้มีกฏหมายควบคุมสุนัขพันธุ์ผสม บิดาของลีลี่ไม่อยากเพิ่มภาระหน้าที่ให้ครอบครัว จึงจะนำไปปลดปล่อย ลีลี่ก็บากบั่นปกป้องสุนัขของเธออย่างสุดชีวิต

แม้กระนั้นท้ายที่สุด ฮาเก้น ก็ถูกทิ้งไว้ที่ริมถนน เนื่องจากว่าพ่อไม่ต้องการที่จะอยากเสียภาษีตามกฏหมายควบคุมสุนัขชีวิตของ ฮาเก้น ทั้งระหกร่อนเร่ ทั้งถูกจับไปเป็นอุปกรณ์หาเลี้ยงชีพของคนไม่ดี จนถึงหนีออกมาได้ ก็โดนจับไปอยู่ในศูนย์กักกัน แล้วก็ด้วยความหวังที่มีนิดหน่อย ฮาเก้น พาเหล่าสุนัขจรจัดที่ร่วมอยู่ด้วยกันหนีออกมาจากศูนย์กักกัน เพื่อเริ่มก่อกบฏและก็เอาคืนพวกมนุษย์!!!

ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกของ Over the Moon

จะดูเกิดเรื่องราวสำหรับเด็ก แต่ว่าเมื่อพวกเราเจาะลึกลงไปในเนื้อหาแล้ว พวกเราจะพบว่าโดยความเป็นจริงนั้นข้อความสำคัญของเรื่องราวทั้งหมดพูดถึงการก้าวข้ามผ่านความสิ้นหวัง สูญเสียผู้ที่เป็นที่รัก เฟยเฟยสูญเสียแม่ไปและไม่ยอมรับเปิดรับสิ่งใหม่ๆในชีวิต เช่นเดียวกันกับนางงามฉางเอ๋อที่จะต้องลาจากแฟนไปนิรันดร คุณก็เลยพากเพียรทำทุกวิถีทางเพื่อตัวเองได้กลับมาครองรักอีกทีท่ามกลางการผจญภัยของเฟยเฟยบนอาณาจักรลูท้องนาเลียเอง ก็ทำให้ผู้ชมได้บันเทิงใจไปกับสีสันบนดวงจันทร์ในจินตนาการ แถมแอนิเมชั่นประเด็นนี้ยังเป็นมิวสิคัลที่นักแสดงร้องรำทำเพลงกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นโหมดสนุกสนาน หรือหม่นหมองระทด ก็ถ่ายทอดคำขอออกมาได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะไม่ได้ติดหูเท่าไรนักแต่ว่าก็ต้องบอกว่าเป็นเพลงที่พิถีพิถันสำหรับเพื่อการแต่งอยู่ไม่น้อย

– มีการเผยหัวข้อสำคัญในย่อหน้านี้ – แต่หากแม้แอนิเมชั่นหัวข้อนี้จะเล่าเรื่องเหนือจินตนาการแค่ไหน ดู เกาะจระเข้ยักษ์ การจุดหนึ่งที่ชวนให้ผู้ชมตั้งปัญหา ก็คือการเสี่ยงอันตรายของเฟยเฟยนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ด้วยเหตุว่าฉากที่เล่าถึงการประดิษฐ์จรวดนั้นก็เร็วทันใจฉับไวจนกระทั่งแปลงเป็นข้อสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าการเอาจรวดบินไปต่างประเทศโลกนั้น อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจริง เช่นเดียวกันกับเรื่องราวที่คุณเดินทางกลับออกมาจากป่าในช่วงกลางดึกพร้อมกับอุ้มน้องชายอย่างเคยชินขึ้นบ่า

ก่อนที่จะชำเลืองมองสิงโตหินแกะที่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำ (เป็นสัตว์ในจินตนาการตัวแรกที่พาเธอไปยังดวงจันทร์) ก็ยิ่งส่งเสริมสมมติฐานนี้ให้แน่ชัดมากขึ้น ยังไม่รวมถึงเหล่าขนมไหว้พระจันทร์พูดได้ แล้วก็สิ่งมีชีวิตอื่นๆที่ปรากฏอยู่บนพระจันทร์เองก็ คล้ายกับสิ่งที่เฟยเฟยเผชิญบนโลกมนุษย์ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ Over the Moon เป็นแอนิเมชั่นที่อีกทั้งสร้างความรื่นเริงใจ และก็ปลอบใจคนที่เคยสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปว่า เมื่อพวกเรายังต้องอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป พวกเราก็จะต้องก้าวผ่านความซึมเศร้าและโอบรับความสำราญจากสิ่งรอบข้างนั่นเอง

Military Wives – คุณภรรยาอ้อนวอน (ชอบชื่อไทยจริงๆคิดได้ยังไง 555)

เป็นหนังที่ได้แรงดลใจมาจากแผนกประสานเสียงของเหล่าแม่บ้านทหารหาญที่มีอยู่จริง โดยเรื่องราวจะบอกเล่าเกี่ยวกับเหล่าแม่บ้านทหารนี่แหละ เมื่อผัวของพวกเธอจำเป็นต้องออกไปรบหลายต่อนับเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อไม่ให้เหล่าแม่บ้านคิดมากหรือมีความกังวลใจ ก็เลยต้องหากิจกรรมมาทำด้วยกัน จนตราบเท่าจับพลัดจับผลูมาเป็นแผนกประสานเสียงเนี่ยแหละเรื่องนี้เรียกได้เลยว่ามันคือหนังสูตรสำเร็จ

เหล่าคนมารวมตัวกันทำบางอย่าง ต่อสู้ ฝ่าฟัน ประสบปัญหา คลี่คลาย จบด้วยความประทับใจ ซึ่งมันไม่มีอะไร แต่ว่ามันกลับทำออกมาได้สนุกด้วยองค์ประกอบหลายๆอย่าง หนังดำเนินเรื่องอย่างเรียบง่าย เรียบง่ายจริงๆกระทั่งบางครั้งพวกเราคิดไปว่ามันก็กำเนิดอะไรขึ้นง่ายไป การรวมแผนก การพัฒนาฝืมือสำหรับในการร้อง การฝึกฝนต่างๆรวมถึงจุด Conflict มันน้อยไป มีนะ แต่ว่าน้อยและก็เบาบางมากมาย

เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้มัน “ราบรื่นเกินความจำเป็น” ดู เกาะจระเข้ยักษ์ แม้กระนั้นอย่างไรก็ดีมันก็ถูกทดแทนมาด้วยมุกที่สอดแทรกมาเป็นระยะๆนักแสดงที่ธรรมดาๆแต่ดูมีสเน่ห์และค้างแร็คเตอร์แจ่มชัดทุกคนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างกันเต็มที่ของสองคนนำแผนกประสานเสียงนี้ รวมทั้งเมื่อใดก็ตามเริ่มร้องเพลงกันอย่างจริงๆจังๆมันเพราะจนถึงน่าเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเพลง Time After Time, Only You แล้วก็อีกเยอะแยะ

โดยยิ่งไปกว่านั้นซีนการแสดงในช่วงท้ายของหนัง เมื่อมันร้องออกมาเป็นเพลง ทั้งยังเสียง ทั้งยังเนื้อหา มันด้วยเหตุว่าโคตร น่าประทับใจโคตร และซึ้งแบบสุดๆนี่ตอนเขียนก็เปิดฟังไปด้วยยังขนลุกอยู่เลย ยิ่งในหนังนะ พวกเขารองทีไรขนลุกทุกทีทางด้านเพลงนี้ติดใจจนบอกผิด แม้กระนั้นแน่นอนว่ามันเกิดเรื่องราวเกี่ยวกับทหารด้วย หนังก็ยังไม่ไม่มีความเอาใจใส่ที่จะบอกเล่าเรื่องราวในส่วนนี้

ซึ่งหากใครกันแน่ได้ดูหนังทหารมาบ่อยๆก็จะได้พบกับฉากที่ทหารมาบอกลาลูกภรรยาเพื่อไปออกศึก หนังเรื่องนี้ก็มีอย่างนี้ด้วยเหมือนกัน มีการถ่ายทอดเรื่องราวความนึกถึงต่อทหารที่ไปรบ เรื่องราวการเขียนจดหมายการติดต่อกัน ความหวาดกลัวที่มีคนมาเคาะประตูหรือได้ยินเสียงโทรศัพท์ของฝ่ายที่คอย หากแม้มิได้ลึกซึ้งมากมาย แม้กระนั้นก็มีให้พวกเราเห็น ให้เราได้รู้เรื่องความรู้สึกเหล่านั้น แต่แอบเสียงถางนิดเดียว

ถ้าเกิดหนังถ่ายทอดความนึกถึงห้วงอารมณ์ความข้องเกี่ยวระหว่างผัวที่ไปออกรบกับเหล่าแม่บ้านที่ต้องเผ้าคอยออกมามากยิ่งกว่านี้ มันจะปูไปตอนจบได้ซึ้งรวมทั้งเล่นเอาบ่อน้ำตาแตกแน่ๆสรุป Military Wives – คุณภรรยาขอความช่วยเหลือ เป็นหนังที่ซาบซึ้ง กินใจ สนุก มองจบแล้วฟีลกู้ดสุดๆแถมยังมีฉากเรียกน้ำตาให้พอมีน้ำหล่อเลี้ยงตาอีก ที่สำคัญเพลงโคตรด้วยเหตุว่า เมื่อใดก็ตามได้ยินเป็นขนลุก!

รีวิว Outside the wire ภารกิจ “สร้างจิตสำนึก”

Outside the wire ได้ผลสำเร็จการงานดูแลของ มิคาเอล ฮาฟสตรอมตรม ผู้กำกับชาวสวีเดนที่มีผลงานหนังสยองขวัญตื่นเต้นอย่าง 1408 และก็ หนังแอ็คชั่น Escape Planเบื้องหลังของ Outside the wire เกิดขึ้นในอนาคตปี 2036 ซึ่งกำเนิดสงครามกลางเมืองขึ้นในยุโรปตะวันออกและก็กองทัพสหรัฐอเมริกา ได้เข้าไปปักหลักสำหรับการคลี่คลายสถานการณ์ โดยมีการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เอไอ

เพื่อดำเนินการร่วมกับทหารที่เป็นมนุษย์จริงๆสำหรับเพื่อการดูแลความปลอดภัยทางภาคพื้นดิน ส่วนทางอากาศก็ใช้โดรนเพื่อจัดการศัตรูในมุมสูงหนังโฟกัสไปที่เรื่องราวของฮาร์ป (แดมสัน ไอดริส) นายทหารควบคุมโดรน ผู้ตัดสินใจขัดคำสั่งยิงระเบิดเพื่อฆ่าศัตรูฝั่งตรงข้าม ดู เกาะจระเข้ยักษ์ โดยไม่สนใจว่าเหล่าทหารในฝั่งของตัวเองที่ยังคงติดอยู่ในพื้นที่ดังที่ได้กล่าวมาแล้วปริมาณ 2 คนบางทีก็อาจจะจะต้องสละชีวิตไป

แต่ดูเหมือนฮาร์ปเองก็มิได้พอใจอะไรถึงสิ่งที่เขาทำ เนื่องจากว่าเขาคิดว่านั่นเป็นการเสียส่วนน้อยเพื่อรักษาชีวิตคนจำนวนมาก จากสถานะการณ์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้ฮาร์ปถูกส่งตัวไปทำภารกิจในแนวหน้าร่วมกับผู้กองลีโอ (แอนโธนี่ แม็คกี้)ก่อนเริ่มเดินทางฮาร์ปจึงได้ทราบความจริงของผู้กองลีโอว่า โดยความเป็นจริงแล้วเขาเป็นหุ่นแอนดรอยด์และก็ทั้งคู่ต้องออกเดินทางเพื่อนำวัคซีนไปให้ยังสถานพยาบาลที่อยู่ในวงล้อมการจู่โจมของศัตรู

ซึ่งมีผู้ก่อเหตุร้ายแรงอย่างวิคเตอร์ โควาลที่กำลังคิดแผนจะนำหัวจุดระเบิดนิวเคลียร์ไปล้างผลาญโลก ทำให้ทั้งคู่คนจำต้องฝ่าวงล้อมและก็เอาตอดรอดจากอีกทั้งเหล่ากบฏในพื้นที่ การเช็ดกดักยิง อื่นๆอีกมากมายดูท่าเส้นเรื่องหลัก Outside the wire จะเป็นหนังสไตล์คู่ซี้ที่จำต้องจับมือกันเพื่อปฏิบัติหน้าที่ แต่กลางทางหนังก็ บากบั่นเปิดเผยให้เห็นจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้กองลีโอ

ว่าบางโอกาสเขาก็อาจจะไม่ได้เป็นหุ่นแอนดรอยด์ปกติแต่ว่ามีความรู้สึกคิดไม่มีความต่างจากมนุษย์ตัวหนังเองมิได้เน้นย้ำความโครมครามแบบมากเกินไป แม้กระนั้นสถานการณ์ต่างๆที่ถูกโยนเข้ามาให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้าด้วยกันนั้นเป็นวิธีทำให้ตัวละครได้เรียนรู้ในวิถีแล้วก็แนวความคิดของศัตรู ทั้งยังยังมีมุมมองของผู้แสดงอื่นๆอาทิ โซฟิย่า (เอมิลี่ บีแชม) หญิงสาวในเขตพื้นที่ปลอดภัยที่คอยให้ความให้การช่วยเหลือช่วยเหลือกับลีโอ

ซึ่งอุตสาหะชี้แจงให้ฮาร์บรู้เรื่องว่าในมุมมองของคนพื้นที่จริงนั้น รู้สึกยังไงกับความประพฤติปฏิบัติของกองทัพสหรัฐฯในที่สุดแล้ว Outside the wire ราวกับต้องการจะสะท้อนเรื่องจริงของโลกปัจจุบันผ่านสถานการณ์ในหนัง แม้กระนั้นหัวข้อเหล่านี้ก็เคยถูกนำเสนอในหนังสงครามมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ก็เลยทำให้หลักสำคัญที่เกิดขึ้นไม่ได้น่าสนใจ หรือเชื้อเชิญกลายเป็นผลึกมากนัก แต่ว่าหากมองหนังเรื่องนี้ในฐานะหนังที่สามารถเปิดดูได้ทางทีวีที่บ้าน ก็นับว่าคุณภาพมิได้เลวร้ายแต่อย่างใด พอได้แก้เบื่อ และก็ตอกย้ำซ้ำเติมประเด็นที่ว่า คนบางคน “ไม่เห็นโลงด้วยตัวเองบางทีอาจจะมิได้หลั่งน้ำตา” ก็เป็นไปได้

กลับสู่หน้าหลัก https://am2con.org/