ดูหนัง เกาะจระเข้ยักษ์

ดูหนัง เกาะจระเข้ยักษ์

ดูหนัง เกาะจระเข้ยักษ์ พื้นที่ที่ล้อมรอบของทะเลภูติผีเรียกว่าสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่เอเชีย เนื่องด้วยสิ่งกีดขวางทางแม่เหล็กไฟฟ้า อุบัติเหตุสำหรับเพื่อการบินก็เลยคือเรื่องธรรดาในท้องที่ “Crocodile Island” แล้วก็ Yi ตัวน้อยของเขา (Liao Yinyue) เป็นผู้เดินทางด้วยเที่ยวบิน GZ261 ตอนที่มันบินอยู่เหนือสมุทรอสุรกาย เรือบินพังทลาย นำมาซึ่งการก่อให้เกิดวิกฤตบนเกาะไอ้เข้ Hao รวมทั้งนักทัศนาจรที่ขับขี่รถผู้อื่นได้สัมผัสกับจระเข้ขนาดมหึมาและการคลานที่น่าขนพองและก็มีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อความทรหดอดทน เมื่อยีโดนจับโดยอสูรกายโกลิอัทฮาโอต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเพื่อช่วยหญิงสาวของคุณบริเวณรอบๆทะเลซาตานเรียกว่าสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ทวีปเอเชีย เกาะจระเข้ยักษ์ เนื่องจากเครื่องกีดขวางทางแม่เหล็กไฟฟ้า อุบัติเหตุทางอากาศจึงเกิดขึ้นเป็นช่วงๆในรอบๆใกล้เคียง Lin Hao (Gallen Lo) และ Yi ตัวน้อยของเขา “เกาะไอ้เข้ยักษ์”เป็นนักทัศนาจรบนเที่ยวบิน GZ261 ขณะบินอยู่เหนือทะเลภูติผีปีศาจ เครื่องบินเสีย ทำให้เกิดวิกฤตที่เกาะตะไข้ ห่าวและก็คนขับขี่ผู้อื่นได้สัมผัสกับไอ้เข้รวมทั้งแมลงขนาดใหญ่ และร่วมการต่อสู้เพื่อความทรหดอดทน เมื่อยีถูกจับโดยสัตว์ร้ายโกลิอัทฮาโอก็ต่อสู้เพื่อช่วยบุตรสาวตัวน้อยของเขา

Jojo the Rabbit – ต่ายน้อยโจโจ้

เป็นหนังที่ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขมาจากหนังสืออีกครั้ง ผลงานของผู้กำกับ Taika Waititi ที่สร้างความฮาเอาไว้ใน Thor: Ragnarok ต่อไปก็แปลงเป็นผู้กำกับเนื้อหอม ผลงานจ่อคิวเยอะ แล้วก็เมื่อหนังสือที่ค่อนข้างจะดาร์คมาอยู่ในมือของเขาแล้ว มันจะเปลี่ยนเป็นความฮา ความขบขัน อารมณ์แล้วก็ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป แต่ก็ยังสะท้อนความไร้มนุษยธรรมความกลัดกลุ้มของการสู้รบ ผ่านมุมมองของเด็กไร้เดียงสาออกมาได้ดีเยี่ยม

ไม่ประหลาดใจเลยว่าทำไมถึงคว้ารางวัลออสการ์สาขา บทปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงยอดเยี่ยมไปได้ (Best Adapted Screenplay) ซึ่งจริงๆหนังหัวข้อนี้เข้าชิงอีกถึง 5 สาขาอย่างยิ่งจริงๆหนังกล่าวถึงเรื่องราวของเด็กน้อยคนหนึ่งที่ชื่อว่า Jojo เขาเป็นเด็กหวานใจชาติ หมกมุ่ง คลั่งไคล้ความเป็นทุ่งนาซี รวมทั้งมีไอดอลเป็น Adolf Hitler อีกต่างหาก ที่สำคัญเขามีสหายในจินตนาการเป็น Adolf Hitler อีกนั่นแหละ

ปัญหามันเกิดขึ้นเมื่อเขามารู้ความลับว่าแม่ของเขาหลบซ่อนสาวชาวยิวเอาไว้ภายในบ้านเขา ทำให้เขาจำต้องพบเจอเหตุการณ์ต่างๆมาก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยภาพ ด้วยแบบอย่าง ด้วยบท มันก็ดึงความพอใจความน่าดูของพวกเราไปหมดแล้ว แม้กระนั้นเอาจริงๆรับเลยว่าไม่ได้ถูกใจ Thor: Ragnarok ของ Taika Waititi นะ มีความรู้สึกว่ามันใส่เฮฮามาล้นเหลือเกินด้วย แต่อย่างที่บอกนั่นแหละความสนใจทั้งปวงมิได้อยู่ที่ตัวผู้ควบคุมเอาจริงๆพวกเรามองเห็นหนังที่กล่าวถึงความขาดความกรุณาปรานีของ Hitler

หรือที่นาซีมาก็มากเช่นกันนะ แต่ว่าหนังประเด็นนี้เลือกที่จะเล่ามุมมองพวกนั้นผ่านความไม่รู้เดียงสาของเด็ก 10 ขวบ!!! แถมยังเล่าออกมาในมุมมองที่มีความฮา ความตลก คอเมดี้ ภาพโทนสว่างสีสดใส ดูไม่มีพิษไม่มีภัย แต่ว่าก็แฝงไปด้วยขำขันร้าย เจ็บ น่าเศร้า ดูหนัง เกาะจระเข้ยักษ์ สะท้อนความรุนแรงของสงครามออกมา ให้คนไปตีความกันได้อย่างอึ้งใช่เล่นเลย ไม่ต้องมีฉากปูหรือขยี้เลยแม้แต่น้อย แต่ที่น่าดึงดูดไม่แพ้กันคือความไม่รู้เดียงสาของเด็กนั่นแหละ

ที่เติบโต เคยชิน เคยชินกับท้องนาซี ความร้ายกาจของ Hitler ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กด้วยสภาพแวดล้อมแบบงั้น แม้กระนั้นพอเพียงโตขึ้นเขาก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง รับทราบอะไรหลายๆอย่าง จนกระทั่งความเลื่อมใสเปลี่ยนไป บางทีอาจพูดได้ว่าความเข้าใจก็ไม่ผิด แถมการเจริญเติบโตผ่านความเกี่ยวข้องของเขากับเด็กชาวยินก็ทำได้ดี จนถึงทำให้หนังมีความเป็น coming-of-age

ที่มีคุณภาพและทรงอำนาจมากมายๆเลยทีเดียวทางด้านนักแสดง จำต้องชูให้น้อง Roman Griffin Davis ที่เล่นบทเป็น Jojo นี่แหละ ฉายแววแบบสุดๆแสดงได้โคตรดี สีหน้าท่าทางการแสดงออกดูจริงมาก น้องเก่งจริงๆตามมาด้วย Taika Waititi ในบท Adolf Hitler ในจินตนาการของ Jojo ที่ขนความบ้ามาเต็มมาก ทางด้านเด็กชาวคนยิว Elsa ที่รับบทโดย Thomasin McKenzie ก็เล่นได้มีเสน่ห์จริงๆ

คนรับบทแม่ของ Jojo อย่าง Rosie ที่แสดงโดย Scarlett Johansson ก็ส่งผลต่อหนังแบบสุดๆแถมทุกฉากที่คุณออกมาก็แสดงก้าวหน้ามากจริงๆเอาจริงๆเหล่ากลุ่มนักแสดงในประเด็นนี้ไม่มีอะไรจะตำหนิเลยอะ ทุกผู้แสดงมีเสน่ห์ในตัวเองสูงมากมายๆทราบหน้าที่สำหรับเพื่อการเล่าเรื่อง มันเป็นจิ๊กซอว์ที่ทำให้หนังประเด็นนี้สมบูรณ์ สรุปแล้ว Jojo the Rabbit เป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวสะท้อนความอำมหิตของการทำศึกออกมาได้ในมุมมองที่แปลกใหม่และก็ฉลาดเฉลียว ผ่านมุมมองของเด็ก 10 ขวบเท่านั้น เราจึงได้เห็นภาพแจ่มใส ไม่รู้เดียงสา แม้กระนั้นก็หนักในความขำขันร้ายไปพร้อมเพียงกัน แถมยังจบได้เยี่ยมที่สุดเลยทีเดียว

เป็นการได้กลับมามองในหนังโรงหนแรกภายหลังนั่งแหงกอยู่บ้านกับเหตุการณ์การระบาดของ Covid-19 เปิดกันด้วยหัวข้อนี้เลย I Still Believe – จะรักให้ร้อง จะร้องให้รัก

I Still Believe เป็นหนังที่ผลิตจากเรื่องจริงของนักร้องหนุ่ม Jeremy Camp กับเรื่องราวความรักของตัวเขากับ Melissa แต่โชคชะตาก็เล่นตลกในระหว่างที่ความรักกำลังไปได้งาม Melissa พบว่าคุณเป็นโรคร้ายที่บางครั้งก็อาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน ทำให้เรื่องราวของทั้งคู่อยู่ด้วยความหวัง ความศรัทธา แล้วก็ความรักที่มีต่อกันยอมรับเลยว่าไม่เคยรู้ Jeremy Camp ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเคยฟังเพลงของเขามาบ้างหรือไม่

และก็ไม่ทราบเลยว่าเรื่องราวความรักของชายคนนี้เป็นไงมาไง ตกลงว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่พอใช้ได้ดูตัวอย่างก็คิดในหัวแค่เพียงว่า ก็แค่เอาการราวความรักของนักร้องมาสร้างแค่นั้นล่ะ พอได้เข้าไปดูปุ๊บ มันก็เป็นเรื่องราวความรักของ Jeremy Camp จริงๆที่ชี้แจงตั้งแต่เขาได้พบกับสิ่งที่เรียกได้เลยแหละว่าน่าจะเป็นรักแท้ของ Jeremy Camp กับการเจอสาวสวยนามว่า Melissa ซึ่งตลอดครึ่งเรื่องของหนังเอาตรงๆมันทำเราเอือมมาก 555+ หนังไม่ใส่ใจตัวละครโอบล้อมอะไรเท่าใดเลย โฟกัสเพียงแค่สองพระนางแบบเยอะมากๆแล้วก็เหตุการณ์ต่างๆหรือบทสำหรับพูดมันน้ำเน่ามากมาย มากถึงเยอะที่สุด

ซึ่งไม่รู้จักหรอกว่าเขาเสริมเติมแต่งไปๆมาๆกแค่ไหน แต่มันน้ำเสียจริงๆเป็นครึ่งแรกมันคือหนังโรแมนติเตียนคโลกสวยเรื่องนึงนั่นแหละแต่เรื่องราวช่วงหลังแปรไปทันทีแปลงเป็นหนังดราม่านิ่ง เมื่อตัว Melissa ศึกษาค้นพบว่าเป็นโรคร้ายที่ซวดเซความรักของเธอกับ Jeremy Camp ซึ่งเช่นเดียวกันกับหนังคนละม้วน ช่วงหลังนี่เต็มไปด้วยดราม่า แล้วก็เรื่องราวที่ซาบซึ้งใจ ไม่เคยรู้ว่าจริงเท็จแค่ไหนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆแต่เนื่องจากว่ามันถูกบอกมาว่ามันสร้างจากความเป็นจริง

เลยทำให้เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงหลังทำให้พวกเราเชื่อส่วนนึงแล้วว่า เห้ยอปิ้งน้อยมันก็มีส่วนจริง มันเลยกลายเป็นว่าน่าทึ่งกับตัว Jeremy Camp กับการที่ยังเลือกที่จะยินยอมกับ Melissa ที่เป็นโรคร้ายอยู่ได้อีกไม่นาน เขาเลือกที่จะทำแบบนั้นด้วยคำว่าเชื่อตรงตามชื่อเรื่องเลยดูหนัง เกาะจระเข้ยักษ์  โมเมนท์เหล่านั้นก็ซาบซึ้งใจในหลายๆฉาก แล้วก็มันเต็มไปด้วยนานัปการอารมณ์ อีกทั้งความน่ายินดี ปลื้มปิติ

แต่สิ่งที่เราไม่อินคือความพยายามยัดเยียดความเชื่อถือเรื่องราวของพระผู้เป็นเจ้ามาหนักมากถึงเยอะที่สุด เข้าใจนะว่า Jeremy Camp เป็นคริสเตียนที่เชื่อเรื่องราวของพระผู้เป็นเจ้า แล้วก็เรื่องราวทั้งหมดทั้งปวงเป็นประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าอะไรทำนองนั้น แต่พอผู้ที่ไม่เชื่อมานั่งดูมันก็จะไม่อิน มันก็เลยกลายเป็นแออัดยัดเยียดเกินไปสำหรับเรา และก็หนังก็เน้นหัวข้อเรื่องราวนี้หลายครั้งจริงๆซึ่งมันก็ตรงที่เขาต้องการจะสื่อตามชื่อ I Still Believe

ที่มาจากชื่อเพลงของ Jeremy Camp ที่แต่งให้ Melissa นั่นแหละ แต่หลายๆอย่างมันไม่สมเหตุผลสมผล รวมทั้งราวกับจะตอบคำถามพวกเราเรื่องความศรัทธา ความเชื่อถือมิได้จริงๆหนังยังมีจุดบอด ความไม่ตลอด และความไม่มีเหตุผลกระทั่งกำเนิดข้อสงสัยอยู่หลายจุดเช่นกัน รวมทั้งการแสดงของ 2 ผู้แสดงนำฝ่ายที่ไม่ได้มองเด่นจนน่าทึ่ง แม้กระนั้นก็ไม่ได้ห่วยกระทั่งน่ากุมขมับ อยู่ในระดับธรรมดาๆ

ที่ประคองหนังไปได้เรื่อยๆมากยิ่งกว่าสิ่งที่ชอบที่สุดอาจจะเป็นเพลงในประเด็นนี้นั่นแหละ ไม่ทราบเหมือนกันว่า K.J. Apa เล่นกีตาร์เองจริงๆหรือเปล่า (มีบางฉากไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เล่นไม่ตรงกับที่ได้ยินเลย) แม้กระนั้นเสียงร้องเขาเพราะไม่ใช่เล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่ร้อง Find Me In The River ร่วมกับ Britt Robertson เนื่องจากจริงๆเนื่องจากว่ามากเลยล่ะ หลายเพลงไพเราะมากมายจริงๆกลับมาบ้านหาฟังเลยทีเดียว

ทั้งที่ K.J. Apa ร้องรวมทั้งเพลงอื่นๆของ Jeremy Campสรุปแล้ว I Still Believe เป็นหนังที่ถูกจุดประสงค์ที่หนังจะสื่อ เพียงแต่ว่าเราไม่อิน แล้วก็เอาจริงเอาจังๆมันไม่ใช่หนังที่ต้องการเล่าเรื่องของ Jeremy Camp หรอก มันเหมือนเป็นหนังที่สร้างขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ Melissa ท้าทายเลื่อมใส ความเลื่อมใสและความรักปล. เอาจริงเอาจังๆให้ความรู้สึกเหมือนโดนชักชวนให้ทดลองเข้าโบสถ์เช่นกันนะ แบบเคยเจอมะคนมาเชิญให้เข้าโบสถ์แล้วถามคำถามว่า “คุณเชื่อในเรื่องของพระเจ้าไหม”

Vivarium หรือชื่อไทยที่ตั้งแบบเก๋มากมาย

หมู่บ้านวิวา(ห์)เรียม ซึ่งมันเกิดเรื่องราวเกี่ยวกับสองคู่แต่งงานที่กำลังหาบ้านตั้งเนื้อตั้งตัวที่จะอยู่ร่วมกัน จนกว่ามาพบกับหมู่บ้านโครงการหนึ่ง คู่รักนี้จึงตัดสินใจเข้าไปเยี่ยมชม แม้กระนั้นผลที่ตามมาหมู่บ้านนี้ไม่มีทางออก! แถมยังมีเด็กปัญหาถูกส่งมาให้เลี้ยงอีก ทั้งคู่ก็เลยฝืนใจดำรงชีวิตอยู่ในวงวนนี้อย่างไม่รู้จบคือถ้าเกิดคนไหนกันไม่เข้าใจ ไม่เก็ต มึน ก็บางครั้งก็อาจจะเกลียดชังไปเลย แต่ว่าส่วนตัวเราโอเคนะ

มันเสนอสะท้อนชีวิตคู่ออกมาในแบบลึกลับน่าค้นหา Vivarium เป็นหนังที่เต็มไปด้วยปัญหา ดูหนัง เกาะจระเข้ยักษ์ นั่งมองอีกทั้งเรื่องคุณจะได้แต่ว่าตีความสงสัยว่าอะไรวะ? เพราะเหตุใดวะ? มาได้ยังไงวะ? แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อวะ? คือมันสนุกกับความสงสัยที่ตัวหนังอุตสาหะใส่เข้ามามากขึ้นไปเรื่อยได้แต่ว่านั่งคิ้วขมวดอีกทั้งเรื่องอะ 555+ ยิ่งหนังดำเนินไปมากเท่าไหร่ ปัญหาก็มากขึ้นเรื่อยๆเพียงแค่นั้น แถมปริศนาเก่ายังไม่คลายด้วยนะ

รวมทั้งหากแม้เล่าไปจนหมดเรื่อง ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เชื้อเชิญสงสัยรวมทั้งยังไม่คลี่คลายเช่นกันแม้กระนั้นถึงอย่างไรก็ตามสิ่งที่เราจับต้องได้และแน่ชัดที่สุด เป็นหนังหัวข้อนี้อุตสาหะจะสื่อให้เห็นถึงชีวิตแต่งงาน แต่เว้นเสียแต่เรื่องวังวนชีวิตของการการมีคู่ครองแล้ว หนังก็ยังมีหลักสำคัญอะไรบางอย่างที่พวกเราไม่รู้เรื่องว่าสถานะการณ์นี้มันมีต้นเหตุจากอะไร คนไหนเป็นคนบงการ จุดหมายเป็นยังไงกันแน่

มันก็ยังตั้งข้อซักถามปลายเปิดในทางนั้นได้อยู่ดีในเรื่องนี้ได้ดาราหนังมากเรื่องมากความสามารถอย่าง Jesse Eisenberg มารับบทนำแสดงร่วมกับ Imogen Poots ที่ทั้งคู่ก็แสดงในระดับมาตรฐานมิได้โดดเด่น มิได้แย่ อยู่ในระดับกลางแต่เรื่องนี้แอบเสียดาย ไม่ได้เห็น Jesse Eisenberg แกพล่ามไม่น้อยเลยทีเดียวเหมือนเรื่องอื่นๆสรุปแล้ว Vivarium เป็นหนังที่ทำได้ดีเรื่องนึงเลยจ๊า ด้วยเงื่อนปริศนาที่ขยันใส่เข้ามาทั้งยังเรื่องเพื่อตรึงเราไว้กับความข้องใจ และก็หัวข้อสะท้อนชีวิตคู่ที่บรรยายออกมาได้เยี่ยมดี ถูกใจเกลียดก็อาจจะจำเป็นต้องตัดสินด้วยตัวเองกันแหละ

กลับสู่หน้าหลัก https://am2con.org/